เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองความยิ่งใหญ่ในวงการดนตรีแห่งยุคสมัยนี้ได้อย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะขึ้นแสดงในคอนเสิร์ต “ดิอีราสทัวร์” ครั้งที่ 97,98, และ 99 ที่สกอตแลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
    • Author, มาร์ก ซาเวจ
    • Role, ผู้สื่อข่าวดนตรี

ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการดนตรี ได้เดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังชาวอเมริกัน ได้ขึ้นแสดงเป็นคืนแรกที่สนามกีฬาเมอเรย์ฟีลด์ของเมืองเอดินบะระ ซึ่งเธอจะเล่นคอนเสิร์ตที่นั่นเป็นเวลาทั้งหมดสามคืนด้วยกัน

การแสดงดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. ตามเวลาช่วงฤดูร้อนของอังกฤษ (BST) โดยมีแฟนเพลงเกือบ 73,000 คนจากทั่วโลก เข้าชมการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นศิลปินของเธอ ซึ่งกินเวลาราว 3 ชั่วโมง

นี่คือการแสดงวันแรกจากที่จะมีขึ้นทั้งหมด 17 วัน ในสหราชอาณาจักร โดยจะมีเหตุการณ์สุดยอดของทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ที่การแสดงแบบทำลายสถิติ 8 วันติดกัน ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ในกรุงลอนดอน

เมื่อถึงตอนนั้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะได้แสดงคอนเสิร์ตให้แฟนเพลงในสหราชอาณาจักรได้รับชมไปแล้วเกือบ 1.2 ล้านคน โดยบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตของเธอมีสนนราคาโดยเฉลี่ยตกที่นั่งละ 206 ปอนด์ หรือประมาณ 9,600 บาท

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การแสดงครั้งล่าสุดของสวิฟต์มีขึ้นที่เมืองลียงของฝรั่งเศสท่ามกลางสายฝน

สวิฟต์เดินทางมาเยือนสกอตแลนด์ ในฐานะบุคคลผู้เป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยของเธอเอง โดยประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมอย่างที่โลกไม่เคยได้เห็นมาก่อน นับตั้งแต่ยุคทองของมาดอนนาและไมเคิล แจ็กสัน ในช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา

ปัจจุบันการออกตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตไปตามสนามกีฬาต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเวลาทั้งสิ้น 152 วัน กำลังดำเนินไปด้วยดีและคาดว่าน่าจะโกยรายได้ทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ไม่ยาก เมื่อทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้สิ้นสุดลงที่ประเทศแคนาดาในเดือนธันวาคม 2024 รายได้มหาศาลดังกล่าวยังไม่รวมยอดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ดิอีราสทัวร์(The Eras Tour) ที่ลงโรงฉายและทำเงินไป 261 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

ผู้คนในสกอตแลนด์ต่างกล่าวขานกันว่า ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้รับแรงกระตุ้นจากนักร้องคนดังให้คึกคักขึ้นอย่างมาก โดยมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึงหลายสิบล้านปอนด์จากทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งนับว่าไม่แปลก หลังจากที่การแสดงครั้งหนึ่งของสวิฟต์ในนครซีแอตเทิลของสหรัฐฯ ได้เคยทำให้เกิดคลื่นสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหว ที่มีขนาดหรือแมกนิจูดถึง 2.3 มาแล้ว

เพื่อต้อนรับทัวร์คอนเสิร์ตของสวิฟต์ มีการตกแต่งรถรางที่วิ่งในสกอตแลนด์ด้วยภาพของเธอ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอย่างทะเลสาบ “ล็อกเทย์” (Loch Tay) ก็ได้รับชื่อเล่นใหม่ที่พ้องเสียงกับชื่อนักร้องคนดังว่า “ล็อกเทย์เทย์” (Loch Tay Tay) ด้านสวนสัตว์เอดินบะระถึงกับตั้งชื่อสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ อย่างเช่นลูกลิงทามารินเกิดใหม่สองตัวว่า “เทย์เลอร์” และ “สวิฟต์” กันเลยทีเดียว

กระแสความตื่นเต้นที่เหลือเชื่อนี้ ทำให้หลายคนหลงลืมไปอย่างง่ายดายว่า ครั้งหลังสุดที่สวิฟต์มาออกแสดงในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2018 ในทัวร์คอนเสิร์ต Reputation บัตรเข้าชมการแสดงในสนามกีฬาสำคัญขายไม่ออกจำนวนมาก โดยมีรายงานว่าคืนเปิดการแสดงในเมืองแมนเชสเตอร์ ยังคงมีที่นั่งว่างเหลือบานเบอะถึง 18,000 ที่นั่ง

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, คอนเสิร์ต “ดิ อีราส ทัวร์” ของสวิฟต์ ขายบัตรได้แล้ว 11 ล้านใบ คาดว่าจะทำเงินได้ถึง 2,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการแสดง 152 ครั้ง ใน 22 ประเทศ ทำสถิติทัวร์คอนเสิร์ตที่กวาดรายได้สูงสุดตลอดกาล

อะไรที่ทำให้กระแสตอบรับสวิฟต์เปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ ?

คำตอบคืออัลบั้มยอดฮิตอย่าง Folklore และ Evermore ที่ออกมาในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเธออย่างแท้จริง โดยการแต่งเพลงที่ซับซ้อนในแนวลูกผสมอินดีโฟล์ก (indie-folk) ได้ชนะใจบรรดาแฟนเพลงและเหล่านักวิจารณ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่สู้จะชอบใจนักกับผลงานแนวเพลงป๊อบและลูกทุ่งคันทรีของเธอ

การเติบโตแบบพุ่งทะยานของสื่อสังคมออนไลน์อย่างติ๊กตอก (Tik Tok) ยังแนะนำให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ ได้รู้จักกับสวิฟต์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้โครงการบันทึกเสียงใหม่กับบทเพลงใน 6 อัลบั้มแรกของเธอ ยังช่วยปลุกกระแสให้เพลงฮิตเก่า ๆ กลับมาโด่งดังเป็นที่นิยมกันอีกครั้ง

“เรย์” (Raye) เพื่อนนักร้องคนดังกล่าวถึงสวิฟต์ว่า “เธอก็แค่เป็นหนึ่งในบรรดายอดศิลปินที่หาตัวจับยาก ผู้มีผลงานอมตะนิรันดร์กาล และทำทุกสิ่งได้ถูกต้องเหมาะเหม็งไปทุกครั้ง เธอคือขุมพลังอย่างแท้จริง”

เคที ทันสตอล นักร้องและนักแต่งเพลงชาวสกอตบอกว่า “เธอคือแบบอย่างที่แสนวิเศษ มีความสามารถในการปรับตัวยืดหยุ่น และมาดมั่นพอที่จะเป็นผู้ควบคุมเครื่องจักรขนาดมหึมา ซึ่งประกอบไปด้วยพนักงานหลายพันคน”

“เพื่อที่จะจัดการสิ่งนั้นและสารพัดสิ่งที่เข้ามาหาในเวทีสาธารณะได้ คุณจะต้องเป็นคนแบบเธอ ที่ทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นเด็ดขาดไปเลยในคราวเดียว”

ลานา เดล เรย์ ซึ่งเคยร้องคู่กับสวิฟต์ในเพลง “หิมะบนชายหาด” (Snow on the Beach) เมื่อปี 2022 เผยกับบีบีซีถึงข้อสันนิษฐานอีกแนวหนึ่ง ซึ่งว่าด้วยที่มาของความเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลเหนือใครของสวิฟต์ไว้ว่า “เธอต้องการมัน เธอบอกฉันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเธอต้องการมันยิ่งกว่าใคร ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ ที่เธอได้ดังใจปรารถนา”

“เธอขับเคลื่อนมันเอง และฉันคิดว่ามันให้ผลตอบแทนคุ้มค่า”

ที่มาของภาพ, bbc

คำบรรยายภาพ, ลิลี เมลดรัม และ เกรซ โดนัลด์สัน เป็นแฟนเพลงสองคนแรกที่จะผ่านประตูสนามกีฬาเมอเรย์ฟีลด์ เพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตของสวิฟต์

สำหรับบรรดาแฟนเพลงแล้ว สายสัมพันธ์ส่วนบุคคลคือสิ่งที่ทำให้สวิฟต์มีความพิเศษเหนือศิลปินคนอื่น ๆ พวกเขาได้ยินเรื่องราวของตัวเองในบทเพลงของเธอ ซึ่งเข้าถึงแง่มุมต่าง ๆ ของความรัก, ความป่วยไข้, การทรยศหักหลังเพื่อน, และการแสวงหาตำแหน่งแห่งที่ของตนเองในโลกใบนี้

“การได้เห็นคนที่ชีวิตรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเทย์เลอร์ สวิฟต์ ช่วยมอบความหวังให้กับพวกเรา” แฟนเพลงวัยรุ่นคนหนึ่งกล่าวกับบีบีซีเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ขณะฟังเพลงในอัลบั้มล่าสุดของสวิฟต์ “แผนกกวีผู้ถูกทรมาน” (The Tortured Poets Department)

แฟนเพลงอีกคนหนึ่งกล่าวเสริมว่า “คุณได้เห็นหญิงผู้ทรงพลังอย่างน่าทึ่งคนนี้ ผู้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเพราะสื่อมวลชน แต่เธอก็ยังคงเติบโตต่อไป เธอช่างเป็นแรงบันดาลใจเสียจริง”

ที่เมืองเอดินบะระ กระแสความชื่นชมดังกล่าวยังแผ่ลามไปถึง ลิลี เมลดรัม และ เกรซ โดนัลด์สัน สองคนแรกในคิวของแฟนเพลงที่ต่อแถวยาว เพื่อรอผ่านประตูสนามกีฬาเมอเรย์ฟีลด์ไปเข้าชมคอนเสิร์ตของสวิฟต์ ซึ่งเริ่มเล่นเป็นคืนแรกในการตระเวนทัวร์สหราชอาณาจักร

“ฉันรู้สึกว่า เธอคือกระบอกเสียงของหญิงสาวจากทุกหนแห่ง” เกรซ โดนัลด์สัน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองอาร์เบอร์ดีนกล่าว “สวิฟต์มีบทเพลงให้คุณสำหรับทุกโอกาส เพลงเมื่อคุณรู้สึกดี เพลงเมื่อคุณรู้สึกแย่”

“และเพลงเมื่อคุณโศกเศร้า” ลิลี เมลดรัม กล่าวเสริม “มีบทเพลงสำหรับทุกความรู้สึกที่คุณเคยประสบมา และมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”

ที่มาของภาพ, Katy Ellis

คำบรรยายภาพ, เคที เอลลิส นักแสดงผู้แต่งกายเลียนแบบเทย์เลอร์ สวิฟต์ บอกว่าได้ยินเรื่องราวของตัวเองในบทเพลงของเธอ

เคที เอลลิส นักแสดงผู้แต่งกายเลียนแบบเทย์เลอร์ สวิฟต์ มานานกว่าสิบปี แสดงความเห็นด้วยกับแฟนเพลงทั้งสอง “ฉันร้องเพลงของสวิฟต์ซ้ำแล้วซ้ำอีกได้โดยไม่เบื่อเลย” เอลลิสกล่าว “มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณ เพราะจู่ ๆ ก็อาจนึกขึ้นมาได้ว่า โอ...วันนี้ฉันรู้สึกเหมือนกับเพลงนี้ และนั่นคือสาเหตุที่ฉันคิดว่าทำให้เธอได้รับความนิยมอย่างสูง”

สวิฟต์รู้ดีว่า ความสามารถของเธอในการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงเกี่ยวข้องเป็นพวกเดียวกัน คือจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเธอยังคงใช้สรรพนาม “เรา” และ “พวกเรา” ในการพูดคุยกับแฟนเพลงกลุ่มใหญ่ทุกครั้ง

ในการแสดงแต่ละครั้งระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต จะมีการเล่นเพลงพิเศษ 2 เพลง ที่ผ่านการคัดเลือกและดัดแปลงมาให้เหมาะกับผู้ฟังในท้องถิ่นนั้นโดยเฉพาะ โดยสวิฟต์จะบรรเลงกีตาร์อะคูสติกและร้องเพลงนั้นด้วยตนเอง ซึ่งในการแสดงที่สกอตแลนด์ แฟนเพลงคาดว่าเธอน่าจะเลือกเล่นเพลง Guilty as Sin เพราะเป็นเพลงที่เกี่ยวข้องกับวง The Blue Nile ซึ่งเป็นวงดังในท้องถิ่น

ทัวร์คอนเสิร์ตของสวิฟต์นั้น แตกต่างจากของบียอนเซ่และมาดอนนาที่เพิ่งมีขึ้นล่าสุด เนื่องจากแรงจูงใจที่ผลักดันให้เหล่าแฟนเพลงแห่เข้าชมการแสดงของสองคนหลัง คือการ “ได้มองเห็นเทพธิดาด้วยสายตาของตนเอง และคุณต้องโค้งคำนับพวกเธอด้วยความเคารพยกย่องด้วย” ในขณะที่ดิอีราสทัวร์ของสวิฟต์คล้ายกับการร่วมเฉลิมฉลองมากกว่า “เฮ้ทุกคน เราได้ทำสิ่งนี้มาด้วยกัน”

สวิฟต์บอกกับแฟนเพลงในการแสดงที่สนามกีฬาโซฟี รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปีที่แล้วว่า “ฉันคิดในใจว่า...จะรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างเราให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ฉันจึงตัดสินใจจะทำและออกอัลบั้มมาให้มากที่สุด เท่าที่มนุษย์จะทำได้”

“ผู้คนรอบตัวฉันต่างก็บอกว่า...คุณจะทำอะไรต่อไป ทัวร์คอนเสิร์ตที่คุณแค่เล่นซ้ำเพลงทุกเพลง เป็นเวลาแค่สามชั่วโมงครึ่งเท่านั้นหรือ”

“และฉันก็ตอบว่า ใช่...นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่เลย มันเรียกว่า ดิอีราสทัวร์”