ทำแผนที่รอยเลื่อนเปลือกโลกจากอวกาศ หลังเกิดแผ่นดินไหวในตุรกี

    • Author, โจนาธาน เอมอส
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ บีบีซี
  • เวลาอ่าน: 1 นาที

ดูเหมือนเกือบจะไม่มีการสนใจเริ่มวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เบื้องหลังการเกิดแผ่นดินไหวในตุรกีเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

มีคนที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้วมากกว่า 33,000 คน และยังมีคนที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังอีก ขณะที่โอกาสในการช่วยชีวิตพวกเขากำลังจะหมดลง

แต่วิทยาศาสตร์จะต้องเดินหน้าต่อไป ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากเหตุการณ์นี้ อาจจะช่วยชีวิตผู้คนในอนาคตไว้ได้จำนวนมาก

แผนที่ที่ปรากฏในเรื่องนี้ คือแผนที่แสดงการตอบสนองของแผ่นดินต่อพลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา

โดยดาวเทียมเซนทิเนล-1เอ (Sentinel-1A) ของสหภาพยุโรป ได้เก็บข้อมูลในการทำแผนที่นี้ในช่วงเช้าวันศุกร์ (10 ก.พ.) ขณะกำลังเคลื่อนผ่านตุรกีจากทางเหนือไปทางใต้ที่ระดับความสูง 700 กม.

ดาวเทียมเซนทิเนลมีอุปกรณ์เรดาร์ที่สามารถตรวจจับสัญญาณจากพื้นดินได้ในทุกสภาพอากาศทั้งกลางวันและกลางคืน และจะสแกนหาภูมิภาคที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวของโลกเป็นประจำ โดยการแกะรอยการยกตัวของพื้นผิวโลกที่มักจะไม่มีการเผยให้เห็นอย่างชัดเจน

ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. ซึ่งเห็นได้ชัดว่า พื้นดินคดงอ พังทลาย เกิดรอยแยกออกจากกัน

บรรดานักวิจัยใช้เทคนิคอินเทอร์เฟอโรเมทรี (interferometry) ในการเปรียบเทียบภาพ "ก่อน" และ "หลัง" แต่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็สามารถดูแผนที่นี้ได้

สีแดงอธิบายการเคลื่อนไหวไปทางดาวเทียมนับตั้งแต่ดาวเทียมดวงนี้เคลื่อนผ่านตุรกีครั้งล่าสุด สีน้ำเงินบันทึกการเคลื่อนไหวที่ห่างออกไปจากดาวเทียม

เห็นได้ชัดเจนว่า พื้นดินเปลี่ยนรูปไปตามแนวรอยเลื่อนอนาโตเลียตะวันออก (East Anatolian Fault)

แผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์ (6 ก.พ.) ทั้งขนาด 7.8 ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เวลา 01.17 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช และขนาด 7.5 ที่เวลา 10.24 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช การเคลื่อนไหว "ไปทางซ้าย" นั่นหมายความว่า ไม่ว่า คุณจะอยู่บนรอยเลื่อนด้านไหน อีกด้านหนึ่งจะขยับไปทางซ้าย โดยในหลายพื้นที่ขยับไปเป็นระยะหลายเมตร

ที่มาของภาพ, ESA

คำบรรยายภาพ, ภาพวาดแสดงให้เห็นดาวเทียมเซนทิเนลทำแผนที่ตุรกีที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว

แผนที่ของดาวเทียมเซนทิเนลจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. และความรู้นี้จะทำให้เขาสร้างแบบจำลองการเกิดแผ่นดินไหวในภูมิภาคได้ จากนั้นก็จะมีการประเมินความเสี่ยงซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการตุรกีสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนฟื้นฟูได้

ประเด็นสำคัญของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง คือการถกเถียงว่าการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 2 ครั้ง มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และสิ่งสำคัญที่อาจทำให้เกิดแผ่นดิวไหวในอนาคตคืออะไร

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ศูนย์เพื่อการสังเกตการณ์และแบบจำลองแผ่นดินไหว, ภูเขาไฟ และธรณีวิทยาแปรสัณฐาน (Centre for Observation and Modelling of Earthquakes, Volcanoes and Tectonics--Comet) หรือโคเมต ของสหราชอาณาจักร ได้ทำแผนที่นี้ขึ้น ศาสตราจารย์ทิม ไรต์ ผู้อำนวยการโคเมตกล่าวว่า การสังเกตการณ์ของดาวเทียมเซนทิเนลได้เห็นว่า มีขนาดของแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง

เขาบอกกับบีบีซีว่า "สำนักข่าวต่าง ๆ รายงานข่าวแผ่นดินไหวโดยระบุ 'จุดศูนย์กลาง' ราวกับว่า เป็นตำแหน่งแหล่งกำเนิดเพียงแห่งเดียว (คล้ายระเบิด) จริง ๆ แล้ว แผ่นดินไหวทุกครั้งเกิดจากการเลื่อนของรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ ยิ่งแรงสั่นสะเทือนมาก รอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกที่แยกออกยิ่งมีขนาดใหญ่"

"เราสามารถทำแผนที่รอยแยกต่าง ๆ ด้วยดาวเทียม เพราะแผ่นดินรอบ ๆ เปลี่ยนแปลงไป ในกรณีนี้คือ สูงสุด 5 เมตรหรือ 6 เมตร รอยแยกของแผ่นดินไหวครั้งแรกยาว 300 กม. โดยประมาณ และรอยแยกครั้งที่ 2 ที่อีกรอยเลื่อนหนึ่งอีก 140 กม. โดยประมาณ"

ขณะที่ระยะทางจากลอนดอนไปปารีสอยู่ที่ประมาณ 345 กม.

ศ. ไรต์ ระบุว่า ความเสียหายสูงสุดจะอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลก แต่ก็จะมีความเสียหายกระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคทั้งสองข้างของรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกเช่นกัน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ข้อมูลเชิงลึกจะช่วยเจ้าหน้าที่ทางการตุรกีขณะที่กำลังวางแผนฟื้นฟู

ในยุคก่อนที่จะมีดาวเทียม นักธรณีวิทยา จะทำแผนที่รอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกแผ่นดินไหวด้วยการเดินไปตามแนวรอยแยก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้แรงมาก และมักจะพลาดรายละเอียดจำนวนมาก มีการพัฒนาอินเทอร์เฟอโรเมทรีเรดาร์จากอวกาศในทศวรรษ 1990 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์มาก

ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณ แต่ก็เป็นผลมาจากอัลกอริทึมที่ฉลาดขึ้นและคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังมากขึ้นด้วย

ปัจจุบัน ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงในการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ แต่โคเมตต้องรอหลายวันเพราะดาวเทียมเซนทิเนล-1เอ ต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในท้องฟ้า เพื่อให้เห็นตุรกีชัดเจนที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามการส่งดาวเทียมเรดาร์ออกไปใช้งานมากขึ้น

"ภายในสิ้นทศวรรษนี้ เราควรสามารถทำการวิเคราะห์ประเภทนี้ได้ภายใน 1 วัน จากการเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงส่วนใหญ่ และจากนั้นเราควรจะเป็นประโยชน์ต่อความพยายามในการบรรเทาทุกข์มากขึ้น จากสภาพในปัจจุบัน เราช้ากว่าระยะ 72 ชั่วโมงสำหรับการค้นหาและกู้ภัย" ศ.ไรต์ กล่าว