ปากีสถานชนะใจทรัมป์ได้อย่างไร จนก้าวมาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในสงครามอิหร่านอย่างคาดไม่ถึง
ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แคโรไลน์ เดวีส์
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำปากีสถาน
- เวลาอ่าน: 9 นาที
การรับบทบาทของปากีสถานในฐานะตัวกลางผู้ไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้สร้างความประหลาดใจให้หลายฝ่าย
อย่างไรก็ดี บางทีก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้น
จอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน เป็นบุคคลที่เป็นที่โปรดปรานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยผู้นำสหรัฐฯ มักเรียกเขาว่า จอมพลคนโปรด และเคยกล่าวว่า มูนีร์รู้จักอิหร่าน "ดีกว่าคนส่วนใหญ่"
อิหร่านไม่เพียงแต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของปากีสถานที่มีพรมแดนร่วมกันยาวประมาณ 900 กิโลเมตร (559 ไมล์) เท่านั้น แต่จากข้อความของทั้งสองประเทศเอง อิหร่านยังมีความสัมพันธ์ฉันท์ "พี่น้อง" ที่แน่นแฟ้นด้วยความผูกพันทางวัฒนธรรมและศาสนาอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ปากีสถานยังไม่มีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ด้วย
ปากีสถานยังแตกต่างจากผู้ไกล่เกลี่ยทั่วไปในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง ซึ่งยังไม่ถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้ง ที่สำคัญคือ ปากีสถานเต็มใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม เพราะสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้นเป็นผลประโยชน์ของปากีสถาน
ถึงกระนั้นก็ยังมีคำถามว่าประเทศที่กำลังมีความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านสองประเทศ คือ อัฟกานิสถานและอินเดีย จะวางตัวเป็นผู้นำมาซึ่งสันติภาพได้อย่างไร
ปัจจุบันปากีสถานกำลังทิ้งระเบิดถล่มอัฟกานิสถาน ส่วนความตึงเครียดกับอินเดียทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อการยกระดับการใช้อาวุธนิวเคลียร์เมื่อปีที่แล้ว
จนถึงขณะนี้ปากีสถานได้เดินบนเส้นทางแคบ ๆ ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ด้วยการส่งข้อความไปมาระหว่างสองฝ่าย อีกทั้งยังต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศมุสลิมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีการติดต่อทางโทรศัพท์ทางการทูต
แต่การรักษาสมดุลนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไร้ความเสี่ยง
มีเรื่องที่ต้องสูญเสียอีกมาก
ที่ผ่านมาปากีสถานพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่นำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
"ผมคิดว่าปากีสถานมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้มากกว่าประเทศอื่น ๆ ที่อยู่นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง" ไมเคิล คูเกลแมน นักวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียใต้ของสภาแอตแลนติก กล่าวกับบีบีซี
"ปากีสถานมีผลประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนความพยายามต่าง ๆ เพื่อลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น"
รัฐบาลปากีสถานได้ขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลประมาณ 20% ในช่วงต้นเดือน มี.ค. และได้เริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ แล้ว เช่น การลดวันทำงานของพนักงานรัฐบาลเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อพยายามประหยัดเชื้อเพลิง
"หากสงครามยังคงดำเนินต่อไป แรงกดดันทางเศรษฐกิจในปากีสถานจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล" ฟาร์ฮาน ซิดดิคี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากสถาบันบริหารธุรกิจในเมืองการาจี กล่าว
ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากสถานการณ์บานปลาย
เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ปากีสถานได้ลงนามในสนธิสัญญาป้องกันประเทศกับซาอุดีอาระเบีย โดยตกลงว่า "การรุกรานใด ๆ ต่อประเทศใดประเทศหนึ่งจะถือเป็นการรุกรานต่อทั้งสองประเทศ"
สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าปากีสถานจะทำอย่างไรหากซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมสงครามและอ้างถึงสนธิสัญญาดังกล่าว
"ปัญหาสำหรับพวกเราคือ หากพวกเราถูกขอให้เข้าร่วมสงครามในฝั่งซาอุดีอาระเบีย ชายแดนด้านตะวันตกทั้งหมดของเราจะไม่ปลอดภัยอย่างมาก" ซิดดิคีกล่าว
ปัจจุบันปากีสถานกำลังอยู่ใน "สงครามเต็มรูปแบบ" กับอัฟกานิสถานอยู่แล้ว โดยกล่าวหาว่ากลุ่มชาวอัฟกันตาลีบันให้ที่พักพิงแก่กลุ่มก่อการร้ายภายในพรมแดนของตน ซึ่งรัฐบาลตาลีบันปฏิเสธในเรื่องนี้
เมื่อถูกท้าทายเกี่ยวกับท่าทีที่ดูเหมือนขัดแย้งกับการใช้การทูตในความขัดแย้งของตนเอง ปากีสถานกล่าวว่าได้พยายามเจรจามาหลายปีแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จในด้านความมั่นคงตามที่ต้องการ
แต่ซิดดิคีชี้ว่าการเปิดแนวรบใหม่ไม่ใช่เรื่องเดียวที่น่ากังวลหากปากีสถานถูกดึงเข้าสู่สงคราม โดยเสริมว่ายังมี "ต้นทุนด้านชื่อเสียงภายในประเทศ" อีกด้วย
ในช่วงหลายวันหลังจากที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล ผู้ประท้วงที่สนับสนุนอิหร่านได้ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนทั่วปากีสถาน มีผู้เสียชีวิตหลายราย และยังเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้พยายามบุกโจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี
มาลีฮา โลดี อดีตเอกอัครราชทูตปากีสถานที่เคยประจำในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหประชาชาติ กล่าวว่า "ความรู้สึกของประชาชนในปากีสถานส่วนใหญ่สนับสนุนอิหร่าน"
"ฉันแน่ใจว่าผู้กำหนดนโยบายของปากีสถานตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี"
ปากีสถานอาจได้บางสิ่งบางอย่าง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องจุดยืนหรือสถานะของปากีสถานในเวทีโลก
"ปากีสถานอ่อนไหวมากต่อคำวิจารณ์ที่ว่าไม่มีอิทธิพลในเวทีโลก" คูเกลแมนกล่าว "ผมไม่คิดว่านั่นเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ปากีสถานวางตัวเช่นนี้ แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย"
"นี่คือการทูตที่มีเดิมพันสูงอย่างไม่ต้องสงสัย" โลดีกล่าวเสริม "มันมีความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนสูง หากประสบความสำเร็จ แน่นอนว่ามันจะผลักดันให้ปากีสถานขึ้นสู่จุดสูงสุดของเกมการทูตระดับโลก"
แล้วถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญอย่างโลดีเองก็ไม่คิดว่า ความเสียหายจะร้ายแรงมากนัก
ที่มาของภาพ, Turkish Foreign Ministry / Handout/Anadolu via Getty Images
"ปากีสถานยังคงถูกมองว่ามีความพยายามอย่างจริงใจ และถ้ามันไม่สำเร็จ ก็ไม่ใช่เพราะว่าปากีสถานขาดทักษะ แต่เป็นเพราะคุณมีผู้นำที่เอาแต่ใจและไม่น่าไว้วางใจอย่างสิ้นเชิง"
อย่างไรก็ตาม คูเกลแมนมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน หากว่าหลังจากมีการคาดการณ์เกี่ยวกับการเจรจาแล้ว ทั้งสองฝ่ายกลับไปใช้กำลังที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"ปากีสถานอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาว่าไร้เดียงสา" เขากล่าวถึงสถานการณ์นั้น "[และ] ถูกดึงเข้าไปในความพยายามที่จะเจรจา ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามสร้างพื้นที่สำหรับหายใจเพื่อคิดถึงขั้นตอนต่อไปในการยกระดับความขัดแย้ง"
'เกมการทูตนอกกรอบ'
ถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ชัดเจนคือปากีสถานได้ใช้ประโยชน์อย่างรวดเร็วจากความสัมพันธ์กับทรัมป์
โลดี อดีตเอกอัครราชทูตปากีสถาน ชี้ว่าปากีสถานเสนอชื่อทรัมป์ให้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพก็ "เพื่อเป็นการยกย่องการแทรกแซงทางการทูตที่เด็ดขาดของเขา" ในช่วงวิกฤตปากีสถาน-อินเดียในปี 2025 ขณะเดียวกันทางการอัฟกานิสถานได้ส่งตัวชายที่ถูกกล่าวหาว่าวางแผนวางระเบิดสนามบินในกรุงคาบูลระหว่างการถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานให้กับสหรัฐฯ
"ปากีสถานมอบชัยชนะสองอย่างแรกให้กับทรัมป์ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับเขา นั่นทำให้ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นและนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันอบอุ่นครั้งใหม่" โลดีกล่าว
"ปากีสถานเต็มใจที่จะเล่นเกมการทูตที่ไม่ธรรมดา ซึ่งแตกต่างจากอินเดีย" คูเกลแมนกล่าวเสริม
"ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้นำอาวุโสของปากีสถานพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจประธานาธิบดีทรัมป์นั้นช่วยให้สถานการณ์ของพวกเขาในสหรัฐฯ ดีขึ้น และทำให้ปากีสถานเป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้ไกล่เกลี่ยที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้นในสายตาของรัฐบาล"
ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ ก็ไม่ใช่ไพ่ใบเดียวของปากีสถาน
"ปากีสถานตระหนักแล้วว่าการประนีประนอมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินนโยบายการทูตระดับภูมิภาค" ซิดดิคีกล่าว "โลกที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้เป็นโลกที่รัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีอำนาจขนาดกลาง รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะมีส่วนร่วมกับนโยบายต่างประเทศแบบหลายแนวฝ่าย (policy of multi-alignment)"
"ผมคิดว่าเหตุผลที่ปากีสถานอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเจรจากับอิหร่านก็เพราะว่าปากีสถานไม่ได้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนอิสราเอล หรือแม้แต่ฝ่ายสนับสนุนอเมริกามากนัก"
ขณะเดียวกันการประชุมหารือทางการทูตยังคงเดินหน้าต่อไป
อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ได้เดินทางไปเยือนจีนเมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ตามคำเชิญของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามสำคัญมากมายสำหรับปากีสถาน ในขณะเดียวกันการบรรลุข้อตกลงสันติภาพนั้นก็เป็นเรื่องยาก
"ขอให้เข้าใจกันให้ชัดเจนว่าโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงไม่ได้สูงนัก เมื่อพิจารณาจากความไม่ไว้วางใจระหว่างชาวอเมริกันและชาวอิหร่าน และข้อเรียกร้องที่สูงมากจากทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และอิหร่าน" คูเกลแมนกล่าว
"ผมคิดว่าสมการนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่ปากีสถานจะต้องคิดให้รอบคอบ หากแผนปัจจุบันไม่ประสบความสำเร็จ" เขากล่าวทิ้งท้าย
ข่าวเด่น
เรื่องน่าสนใจ
บทความยอดนิยม
ไม่มีเนื้อหานี้