น้ำมาเร็วเกินคาด-ปริมาณฝนสูงระดับ "ฝนพันปี" ทำไมปีนี้ จ.น่าน ท่วมหนักจาก "พายุวิภา"

ที่มาของภาพ, วัดภูมินทร์

คำบรรยายภาพ, รูปปั้น "ปู่ม่านย่าม่าน" ณ วัดภูมินทร์ จ.น่าน ซึ่งมีความสูงราวสองเมตร ถูกน้ำท่วมจนเกือบมิด เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68
    • Author, วศินี พบูประภาพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

ภาพพระอุโบสถวัดภูมินทร์ วัดชื่อดังใน จ.น่าน ถูกล้อมด้วยมวลน้ำ ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ไทยตั้งแต่คืนวันที่ 23 ก.ค. 2568 หลัง "พายุวิภา" พัดเข้าสู่เขตพื้นที่ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 68 หนึ่งในรูปที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางคือรูปปั้น "ปู่ม่านย่าม่าน" ที่ถอดแบบมาจากจิตกรรมฝาผนัง "กระซิบรัก" อันโด่งดัง รูปปั้นดังกล่าวมีความสูงราวสองเมตร โดยภาพที่ถูกโพสต์ลงเพจวัดภูมินทร์ทางเฟซบุ๊กในเวลา 6.05 น. ของวันนี้ (24 ก.ค.) เผยให้เห็นระดับน้ำที่ท่วมถึงคอรูปปั้นทั้งสอง

พายุโซนร้อนเคลื่อนตัวมาจากทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามและอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเมื่อเคลื่อนตัวถึงประเทศลาวได้เริ่มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก็ยังส่งอิทธิพลทำให้ฝนตกหนักในประเทศไทยในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 68 เป็นต้นมา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 22 ก.ค. 68 ระบุว่าบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก "จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง... ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม"

บีบีซีไทยสำรวจผลกระทบของน้ำท่วมครั้งนี้ต่อย่านเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งค้นหาสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ ที่ยังส่งผลกระทบแม้จะมีการเตรียมตัวจากภาคส่วนต่าง ๆ แล้วก็ตาม

ที่มาของภาพ, วัดภูมินทร์

คำบรรยายภาพ, อุโบสถวันภูมินทร์ยกพื้นสูง แต่เช้าวันที่ 24 ก.ค. 68 ระดับน้ำเกือบถึงตัวพระอุโบสถซึ่งมีจิตกรรมฝาหนังอันโด่งดัง

"น้ำมาเร็วเกินคาด"

เช้าวันที่ 24 ก.ค. 68 ภาพผลกระทบจากน้ำท่วมในเขต จ.น่าน จำนวนมากถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียวในไทย หนึ่งในภาพที่ถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายทั้งบนเฟซบุ๊กและติ๊กตอกคือภาพของร้านกาแฟ "ลาลานาคาเฟ่ (Lalana Cafe)" ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน

เพจอย่างเป็นทางการของร้านโพสต์ภาพอาคารชั้นเดียวของร้านกาแฟถูกน้ำท่วมจนเกือบถึงบริเวณหน้าจั่วหลังคา ระบุเป็นภาพวันที่ 23 ก.ค. เวลา 18:16 น. ภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปกว่า 3,400 ครั้งภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

สุธิดา วงศ์รัตนะ เจ้าของร้าน เผยกับบีบีซีไทยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำท่วมครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับร้าน โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดน้ำท่วมบริเวณที่ตั้งของร้านมาแล้วในระหว่างวันที่ 16-17 ก.ค. 68 ทำให้ทางร้านมีการเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง

"เช็คระดับน้ำ (ผ่านแอปพลิเคชัน) ตลอดค่ะ เลยตัดสินใจในช่วงตี 3 (ของวันที่ 17 ก.ค. 68) ออกไปขนของออกมาประมาณ 80% เน้นที่เครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่าสูง ๆ ออกมาก่อน และโต๊ะเก้าอี้ที่ทำความสะอาดยาก ๆ แต่รอบแรกท่วมเกือบถึงตัวร้านแต่ไม่เข้าร้าน วันเดียวน้ำก็ลดลงไปค่ะ"

หลังจากเหตุการณ์รอบแรกผ่านไป เธอยังไม่ได้นำสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าร้าน และเมื่อมีข่าวพายุ "วิภา" เธอก็ตัดสินใจขนของออกเพิ่มจนเหลือของต่าง ๆ ในร้านเพียง 10%

กระนั้นเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังแห่ง อ.ท่าวังผา ก็ยอมรับว่าน้ำซึ่งท่วมตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. เป็นต้นมาต่างจากครั้งอื่น ๆ

"สิ่งที่ไม่คาดคิดและผิดคาดก็คือหลังจากวันที่พายุเริ่มเข้า ระดับความสูงของน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมงน้ำล้นตลิ่งแล้วค่ะ" เธอระบุ โดยชี้ต่อว่าแม้เครื่องใช้ไฟฟ้าในร้านจะอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ทราบดีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นประเมินว่าอาจใช้เวลา 1-2 เดือนจึงฟื้นตัว

ที่มาของภาพ, Lalana Cafe

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายของ Lalana Cafe ณ วันที่ 23 ก.ค. เวลา 18:16 น. หลังเกิดน้ำท่วมจากฝนตกหนัก

สุธิดายังพูดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมครั้งนี้ที่ทำให้โอกาสในการต้อนรับลูกค้าช่วงวันหยุดยาวหายวับไปกับตา

"จริง ๆ ตั้งใจว่าจะเปิดร้านในช่วงวันหยุดยาวให้ได้เพราะปกติที่ร้านช่วงวันหยุดยาวจะคนเยอะ ก็จะเสียรายได้เสียโอกาสในจุดนี้ไปด้วย และอีกแพลนหนึ่งก็คือมีเตรียมไว้ว่าจะไปเปิดขายในเมืองน่าน แต่ตอนนี้ในเมืองน่านก็ท่วมหนักมาก" เธอเล่าให้บีบีซีไทยฟัง

เจ้าของกิจการผู้นี้ยังบอกด้วยว่า "ตอนนี้ยังปิดหน้าร้านไม่มีกำหนด" แต่หากน้ำลดเธอจะทำร้านให้กลับมาสวยอีกครั้ง และอยากให้ผู้คนมาเที่ยวและเยี่ยมชมร้านของเธอเช่นเคย

โรงพยาบาลน่านขาดน้ำใช้ กระทบการดูแลผู้ป่วย

นอกจากผลกระทบต่อพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ด้านการสาธารณสุขใน จ.น่าน ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักครั้งนี้เช่นกัน

นพ.ณัฐธร ดาราพงศ์สถาพร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 23 ก.ค. 68 โดยโรงพยาบาลได้เตรียมการล่วงหน้าด้วยการวางกระสอบทราย ซึ่งสามารถต้านน้ำได้สูงประมาณ 40 เซนติเมตร "แต่เมื่อระดับน้ำสูงเกินกว่านั้น น้ำก็ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้"

เบื้องต้นโรงพยาบาลได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 2 แห่ง ได้แก่ที่กองบิน 46 และวัดป่านันทบุรี เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง โดยเคลื่อย้ายผู้ป่วยกลุ่มนี้ไปรักษาตัวที่นั่นเป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้ป่วยหนักบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง

ที่มาของภาพ, นพ.ณัฐธร ดาราพงศ์สถาพร

คำบรรยายภาพ, โรงพยาบาลน่านถูกน้ำท่วมเข้าไปถึงภายใน เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 24 ก.ค. 2568

ขณะที่ นพ.ณัฐธร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.ค. เขาเล่าว่าพื้นที่โรงพยาบาลยังมีน้ำท่วมในทุกจุด แม้ไฟฟ้าจะยังใช้การได้ดี แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือไม่มีน้ำใช้

"ปัญหาหลักที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือขาดแคลนน้ำอุปโภค เพราะส่งผลต่อการใช้น้ำในโรงพยาบาล เช่น การล้างมือ และอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ"

เฟซบุ๊กของโรงพยาบาลน่าน ประกาศหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยนัดหมายทุกแผนก และการผ่าตัดที่ไม่ใช่ฉุกเฉินเป็นการชั่วคราว

เมื่อบีบีซีไทยสอบถามถึงการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน ชี้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องใช้โรงพยาบาลสนามไปอีกนานเท่าใด หรือว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด

ระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ นายแพทย์ผู้นี้ก็สั่งการขนย้ายสิ่งของสำคัญที่บริเวณโรงพยาบาลสนามไปพลาง เขากล่าวทิ้งท้ายว่า "ทุกอย่างต้องติดตามเป็นรายชั่วโมง"

พายุวิภากับฝน 1,000 ปี: เบื้องหลังน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดน่าน

ผศ.ดร.ณัฐ มาแจ้ง จากภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายให้บีบีซีไทยฟังว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านครั้งนี้ มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำน่านตอนบน โดยเฉพาะจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "วิภา" ที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำน่านอย่างกว้างขวาง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรน้ำผู้นี้อธิบายว่า "ครั้งนี้พายุวิภานำฝนมาตกครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งลุ่มน้ำน่านตอนบนที่เป็นพื้นที่รับน้ำฝนของแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านจังหวัดน่านครับ ทำให้ปริมาณฝนเฉลี่ยทั่วพื้นที่ลุ่มน้ำมีปริมาณที่มากกว่าปกติมาก"

ตัวเลขจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วันที่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. เผยให้เห็นว่าปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงในช่วงเวลานั้นคิดเป็นเกือบ 300 มม. ในหลายพื้นที่ตอนบนของจังหวัดน่าน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำกล่าวว่า "เป็นปริมาณที่สูงมาก"

ตัวเลขฝนตกภายใน 24 ชั่วโมงข้างต้นนี้ยังสูงกว่าตัวเลขปริมาณน้ำฝนที่ตกในจังหวัดน่านสะสมตลอดทั้งเดือนตามปกติในเดือนเดียวกัน ซึ่งอยู่ที่ 232.98 มม. ซึ่งคำนวนจากปริมาณฝนเฉลี่ยจากข้อมูล 30 ปี ในเดือน ก.ค. ของจังหวัดน่าน จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ที่มาของภาพ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

คำบรรยายภาพ, ข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วันที่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. แสดงให้เห็นปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงในหลายพื้นที่ทั่วตอนบนของ จ.น่าน เกือบแตะตัวเลข 300 มล. ขณะที่ปกติแล้วปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งเดือน ก.ค. ของ จ.น่าน เฉลี่ยอยู่ที่ 232.98 มม.

ทั้งนี้นอกจากปริมาณน้ำฝนแล้ว ผศ.ดร.ณัฐ ยังชี้ด้วยว่า สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่าปกติ คือการที่ฝนตกครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำเกือบทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ซึ่งผิดไปจากลักษณะทั่วไปของพายุฝนที่มักตกหนักเฉพาะบางจุดเท่านั้น

เขาอธิบายต่อว่า "ปกติส่วนใหญ่พายุฝนที่ตกครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำในเวลาเดียวกันจะไม่ค่อยคลุมกว้างมากเท่าไหร่ หรือตกหนักแค่บางส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำ แต่ครั้งนี้ตกหนักคลุมเกือบทั้งหมดของพื้นที่ลุ่มน้ำเหนือจังหวัดน่าน เลยทำให้มีปริมาณน้ำไหลรวมมาจากแม่น้ำตอนบนหลายสาย รวมลงสู่แม่น้ำน่านพร้อมๆ กัน จึงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านขึ้นสูงสุด"

ที่มาของภาพ, ณัฐ มาแจ้ง

คำบรรยายภาพ, ผศ.ดร.ณัฐ มาแจ้ง ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ณัฐ ยังวิเคราะห์โดยอ้างอิงข้อมูลจากการตรวจวัดระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาในบางพื้นที่นั้นสูงถึงระดับ "ฝน 1,000 ปี" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ใช้กล่าวถึงความเป็นไปได้ตามหลักสถิติของนักอุตินิยมวิทยา ที่หมายถึงโอกาสที่จะเกิดฝนนี้มีเพียง 0.1% เท่านั้น ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ปริมาณฝนสูงสุดด้วยวิธีกัมเบล ซึ่งเป็นวิธีการวิเคราะห์ค่าสุดขีดหรือ extreme value ด้วยวิธีทางสถิติ

อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า "ถ้าจากฝนที่ตกและตรวจวัดได้มากกว่า 300 มม./วัน ซึ่งตัวเลขนี้เป็นปริมาณฝนที่มากกว่าฝน 1,000 ปีครับ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมหนักอย่างที่เห็น"

"พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักระดับนี้ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอเชียงกลาง ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำน่านก่อนจะไหลผ่านเข้าสู่ตัวเมือง" เขาทิ้งท้าย