เพิ่มเติม: นายกฯ ติง ทร. แจงมากไป ปม 5 เหตุผลซื้อเรือดำน้ำจีน
ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai
หลังกองทัพเรือ (ทร.) ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ (ทร.) ลำแรก ภายใต้งบประมาณ 13,500 ล้านบาท ปรากฏว่ามีความเห็นจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า เรื่องความมั่นคง ไม่จำเป็นต้องชี้แจงขนาดนี้ เพราะทำให้ต่างชาติรู้หมด
"ในเมื่อเรื่องดำเนินมาขนาดนี้ ประชาชนและสื่อต้องการรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจจึงออกมาแถลงอย่างนั้น ก็ไม่ได้ตำหนิอะไร แต่ความเป็นจริงไม่ควรจะเป็นแบบนั้น" พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอ้างคำพูดนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม.
พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า ไม่มีประเทศใดทำแบบนี้ เพราะถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลมากเกินไป พร้อมยืนยันว่าการอนุมัติเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย การประชุมครม. และมีเอกสารหลักฐานถูกต้องตามพระราชบัญญัติงบประมาณ ไม่มีการทุจริต และไม่ได้นำเงินส่วนที่ต้องใช้ดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อยไปซื้อ แต่ใช้งบประมาณของ ทร. เอง ยืนยันว่ามีการตรวจสอบทุกกระบวนการเหมือนการจัดซื้อจัดจ้างของทุกกระทรวง
ที่มาของภาพ, Reuters
วานนี้ (1 พ.ค.) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ทำทีมตั้งโต๊ะชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า รุ่น yuan class S26T จากประเทศจีน จำนวน 1 ลำ วงเงินงบประมาณ 13,500 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ย้ำว่า นี่เป็นความจำเป็นในการมีเรือดำน้ำ และเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย
"สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน เช่น กรณีคาบสมุทรเกาหลี เพียงแค่เปลี่ยนผู้นำคนเดียว การใช้กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เรือดำน้ำไม่ได้หาได้ภายใน 1-2 ปี ถ้าเราไม่มีเลย หลักประกันความมั่นคงปลอดภัยของประเทศอยู่ตรงไหน ที่เรามีไม่ใช่เพื่อไปรบ แต่เพื่อไม่ต้องรบ ให้เขาเกรงใจ" เสนาธิการ ทร. กล่าว
ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai
อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.ลือชัย ยืนยันการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ และไม่ใช่การ "ย้ายค่าย" ไปซื้ออาวุธกับจีน แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย เพราะการไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า 60 ปี ทำให้ ทร.สูญเสียขีดความสามารถอย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของกำลังพล
ทร. ยืนยันว่า "S26T มีความเหมาะสมกับไทยที่สุด" ด้วย 5 เหตุผล ดังนี้
- มีความสามารถในการซ่อนพรางสูง: เพราะเงียบ และอยู่ใต้น้ำได้กว่าเรือดำน้ำแบตเตอรีเดียว 5 เท่า เนื่องจากมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนที่ไม่ใช้อากาศภายนอก คือไม่ต้องขึ้นมาหายใจ
- ระบบอาวุธหลากหลายและรุนแรง: มีตอร์ปิโดซึ่งจะยิงจากท่อตอร์ปิโด 6 ท่อ สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีใต้น้ำสู่พื้นหรือบนฝั่ง และยังออกแบบให้วางทุ่นระเบิดได้ ทั้งหมดอยู่ในแพ็กเกจนี้ ไม่ใช่การซื้อแยก รวมถึงมีระบบสนับสนุนครบครัน
- ความปลอดภัย: ภายในตัวเรือถูกออกแบบเป็นห้องย่อยๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับห้องใดห้องหนึ่ง กำลังพลก็ย้ายไปห้องอื่นได้
- การฝึกอบรม: ทร.จีนเพิ่มโควต้าการฝึกอบรมตามหลักสูตรต่างๆ แก่ทหารเรือไทย โดยใช้เวลาอบรม 2 ปี รวมทั้งยินดีร่วมตรวจยืนยันคุณภาพในทุกขั้นตอน
- การดูแลรักษา: รับประกันหลังส่งมอบระยะเวลา 2 ปี ซึ่งบริษัทอื่นไม่ได้เสนอสิ่งนี้ และรับประกันเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดในวงรอบ 8 ปี
ที่มาของภาพ, GUANG NIU/POOL/GETTY IMAGES
ส่วนปัจจัยความลึกของอ่าวไทยเฉลี่ย 50 เมตร ทร. ยืนยันว่าเรือดำน้ำขนาดกลางสามารถปฏิบัติการได้สบายๆ อย่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือดำน้ำของสหรัฐฯ และพันธมิตร ก็เข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยหลายครั้ง และปัจจุบัน ทร. ก็ฝึกกับเรือดำน้ำสหรัฐฯ ขนาด 6,000 ตันอยู่เป็นประจำ ก็ปฏิบัติการได้
ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจประเทศกำลังฝืดเคือง ประชาชนประสบปัญหาปากท้อง แต่รัฐบาลกลับทุ่มงบ 36,000 ล้านบาทซื้อเรือดำน้ำ ด้วยเหตุผล "มีไว้ให้คนเกรงใจ" เสนาธิการทหารเรือยืนยันงบที่ใช้ไม่ได้เบียดบังงบกระทรวงและกรมอื่นๆ
เซ็นสัญญากับจีนภายในเดือนนี้
ทั้งนี้คาดว่าจะเซ็นสัญญาซื้อเรือดำน้ำลำแรกที่ ครม.อนุมัติให้จัดซื้อ 13,500 ล้านบาท ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ โดยแบ่งชำระเงินเป็น 7 ปี รวม 17 งวด ประเดิมงวดแรกปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปีที่ 2561-2566 จะชำระเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท
ส่วนความสับสนของชุดข้อมูลระหว่าง "ซื้อ 3 ลำ" หรือ "ซื้อ 2 แถม 1" นั้น มีคำชี้แจงว่า เวลา ทร.ออกข้อเสนอได้ใช้เงินเป็นตัวตั้งว่าภายใต้งบประมาณ 36,000 ล้านบาท แต่ละบริษัทเสนออะไรให้ ทร. ซึ่งจีนเป็นประเทศเดียวที่เสนอเรือดำน้ำให้ ทร. 3 ลำ พร้อมระบบสนับสนุนครบครัน
พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวทำตาม "ใบสั่ง" ของ "บิ๊กรัฐบาล" โดยยืนยันว่าทั้งหมดนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ทร. และการดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส และหากมีผู้ไปร้องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบ ก็ยินดีให้ตรวจสอบ
เสนาธิการ ทร. ระบุว่า ที่ผ่านมาอยากชี้แจง แต่ทำไม่ได้ เพราะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งเป็นเอกสารทางราชการที่เปิดเผยไม่ได้ ซึ่งตามข้อปฏิญาณสุดท้ายของนายทหารคือ "ข้าพเจ้าจะไม่แพร่งพรายความลับทางราชการ" ถ้าออกมาชี้แจงก็จะผิดต่อทางราชการ
"ถ้าถามว่ามีเรือดำน้ำไว้รบกับใคร ก็เหมือนถามว่ามีทหารเอาไว้ทำไม" เสนาธิการ ทร. กล่าว
ข่าวเด่น
เรื่องน่าสนใจ
บทความยอดนิยม
ไม่มีเนื้อหานี้