รัฐประหารเมียนมา: สำรวจการตายปริศนาของ 2 เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีหลังถูกทหารคุมตัว

ที่มาของภาพ, Collage

คำบรรยายภาพ, ขิ่น หม่อง ลัต (ซ้าย) ซอ เมียะ ลิน (ขวา) เสียชีวิตหลังถูกทหารจับตัวไปในเดือน มี.ค.
    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การใช้ความรุนแรงของทหารเมียนมาต่อกลุ่มผู้เห็นต่างที่ไร้อาวุธ ตั้งแต่หลังการก่อรัฐประหารเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมา ได้สร้างความตกตะลึงให้ประชาคมโลก มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 800 คน ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อกระสุนของทหาร

การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซู จี ขณะถูกคุมขัง ยิ่งเผยให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของกองทัพ

วันเสาร์ที่ 6 มี.ค. 2021 เมืองต่าง ๆ ทั่วเมียนมาตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างหนัก 3 วันก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องเผชิญกับวันเลือดนองมากที่สุดนับแต่ทหารก่อรัฐประหาร มีผู้เสียชีวิตไป 38 คน จากข้อมูลของสหประชาชาติ

กองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง โดยอ้างว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้น ได้โกงการเลือกตั้ง

นางซู จี และผู้นำอาวุโสของพรรคเอ็นแอลดีหลายคนถูกควบคุมตัวในบ้านพัก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมต่อต้านการกระทำของทหาร

แม้ในช่วงแรกดูเหมือนว่าทหารยังไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับผู้ประท้วงอย่างไร ทว่าในช่วงปลายเดือน ก.พ. พวกเขาก็เริ่มใช้กำลัง และเมื่อเข้าสู่สัปดาห์แรกของเดือน มี.ค. ก็ชัดเจนว่าทหารใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนอย่างไร้ความปรานี

ที่เขตปาเบดัน ย่านเก่าในประวัติศาสตร์ใ จกลางนครย่างกุ้ง เป็นพื้นที่อีกแห่งที่เกิดเหตุปะทะรุนแรง โดยในสัปดาห์นั้น กลุ่มนักกิจกรรมได้สร้างแนวกั้นขึ้นตามถนนหลายสายเพื่อสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปในพื้นที่ อีกทั้งยังเกิดเหตุปะทะกันขึ้นหลายครั้ง

ปาเบดัน เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายของประชากร โดยมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีมัสยิดหลายแห่งในย่านนี้

ในการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว นายสิตู หม่อง หนึ่งในชาวมุสลิม 2 คนที่พรรคเอ็นแอลดีส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง คว้าชัยชนะได้ครองที่นั่งผู้แทนราษฎรในเขตนี้

นายสิตู หม่อง มีผู้จัดการทีมหาเสียงที่ชื่อว่า ขิ่น หม่อง ลัต ซึ่งเป็นนักกิจกรรมผู้มีประสบการณ์โชกโชนในพรรคเอ็นแอลดี ที่ย้ายไปอยู่กับครอบครัวนักกฎหมายชาวพุทธคนหนึ่งในย่านปาเบดันเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้

นายขิ่น หม่อง ลัต ร่วมเป็นเจ้าของบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง และมีธุรกิจร้านเช่าวิดีโอ เขายังเป็นสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีมาตั้งแต่ปี 1988 และได้เป็นประธานพรรคสาขาท้องที่ที่เขาอาศัยอยู่ เขาเป็นที่ผู้กว้างขวางและเป็นที่รักของคนในชุมชน

"เขา [ขิ่น หม่อง ลัต] เป็นคนเคร่งศาสนา และละหมาดวันละ 5 เวลา" นายสิตู หม่อง เล่าให้บีบีซีฟังจากที่ที่เขากำลังซ่อนตัวจากทหาร

"ผู้คนจากทุกศาสนารักเขา เขาทำงานเพื่อชุมชนมากมาย เช่น การสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ๆ ให้เด็กได้เข้าไปเล่น เขาเป็นบุคคลสำคัญมากสำหรับพรรคเอ็นแอลดี"

การตายที่มีเงื่อนงำ

นายขิ่น หม่อง ลัต อยู่ที่บ้านพักกับครอบครัวบุญธรรมของเขาในตอนที่ตำรวจและทหารบุกไปที่นั่นหลังเวลา 3 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น

ชาวบ้านแถวนั้นระบุว่าทหารกลุ่มนี้สังกัดหน่วยทหารราบเบาที่ 77 ที่ขึ้นชื่อเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นายโก ตุน จี เพื่อนของนายขิ่น หม่อง ลัต เล่าว่า ที่จริงทหารมาตามหาตัวนายอู หม่อง หม่อง นักกฎหมายที่มีความอาวุโสสูงกว่าในพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งขณะนั้นได้หลบหนีไปซ่อนตัวแล้ว

ดังนั้นทหารจึงบุกเข้าไปที่บ้านพักของนายขิ่น หม่อง ลัต แทน แล้วลากตัวเขาออกมา จากนั้นก็ลงมือทำร้ายร่างกายเขา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นับแต่ทหารก่อรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. ก็มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 800 คน ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อกระสุนของทหาร

นายโก ตุน จี เชื่อว่าหลังจากนั้น เพื่อนของเขาได้ถูกนำตัวไปยังศาลาว่าการนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่ถูกใช้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมหลังเกิดเหตุรัฐประหาร

ในช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา ครอบครัวของนายขิ่น หม่อง ลัต ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจที่แจ้งให้ไปรับศพของเขาที่โรงพยาบาลทหารแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของนครย่างกุ้ง

ครอบครัวได้รับแจ้งว่านายขิ่น หม่อง ลัต เป็นลม และถูกกำชับให้บอกคนอื่นว่า เขามีอาการหัวใจวาย

แต่ครอบครัวยืนยันว่า สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีวัย 58 ปีผู้นี้มีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว พวกเขาบอกว่าศพของเขามีบาดแผลหลายแห่ง และอยู่ในสภาพที่เสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเลือด

นอกจากนี้ยังพบว่าศพของเขาถูกผ่าแล้วเย็บปิดเหมือนกับผ่านการชันสูตรมา แต่ครอบครัวกลับไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเขา

ร่างของนายขิ่น หม่อง ลัต ถูกฝังตามพิธีของชาวมุสลิมในวันเดียวกันนั้น

กลุ่มแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชน (Physicians for Human Rights) ที่มีสำนักงานในสหรัฐฯ ได้ตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายศพของนายขิ่น หม่อง ลัต ซึ่งแม้จะไม่สามารถฟันธงได้แน่ชัด แต่ก็สรุปว่าสาเหตุการตายที่ทหารให้มานั้นไม่น่าเชื่อถือ และคาดว่าเขาน่าจะเสียชีวิตจาก "การใช้ความรุนแรงจนถึงแก่ความตาย" ขณะถูกคุมขัง

นายโก ตุน จี เชื่อว่าเพื่อนของเขาถูกฆ่าโดยเจตนา เพราะญาติได้รับแจ้งว่าเขาเสียชีวิตหลังจากถูกควบคุมตัวไม่ถึง 10 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่ใช่ผลจากการถูกทรมานเป็นเวลานาน

เขาเล่าว่า "ผมเคยถูกจำคุกและสอบสวน ผมจึงรู้ว่าพวกเขาจะรีดข้อมูลจากคุณอย่างไร บางทีทหารอาจเชื่อว่าเขาเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw หรือ CRPH) ซึ่งเป็น "รัฐบาลคู่ขนาน" ที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายค้านเมียนมา

"บางทีทหารอาจพยายามรีดข้อมูลว่าพรรคเอ็นแอลดีกำลังมีแผนการอะไร หรือพวกนักกิจกรรมไปหลบซ่อนอยู่ที่ใด" นายโก ตุน จี กล่าว

เขาเชื่อว่าการที่นายขิ่น หม่อง ลัต เป็นบุคคลสำคัญในพรรคเอ็นแอลดีสาขาท้องถิ่น ทำให้เขาตกเป็นเป้าการล้างแค้นของทหาร แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่ของรัฐบาลทหารเมียนมาก็ตาม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้คนจำนวนมากไปร่วมพิธีฝังศพนายขิ่น หม่อง ลัต

"ถูกผ่าท้อง"

ข้อสันนิษฐานว่าทหารมุ่งเป้าเล่นงานพรรคเอ็นแอลดีของนางซู จี เด่นชัดขึ้นในอีก 2 วันถัดมา จากกรณีการเสียชีวิตของนายซอ เมียะ ลิน เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีอีกคน

นายซอ เมียะ ลิน มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวต่อต้านทหารมากกว่านายขิ่น หม่อง ลัต และสิ่งที่เขาถูกกระทำก็ดูเหมือนจะรุนแรงกว่ามาก

ชายวัย 46 ปีผู้นี้เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในเขตชเว ปี ตา เขายังเป็นนักกิจกรรมคนสำคัญของพรรคเอ็นแอลดี และหลังเกิดเหตุรัฐประหารเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพในระดับท้องถิ่น

ช่วงก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม นายซอ เมียะ ลิน ได้โพสต์ข้อความเชิงปลุกเร้าทางเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ชาวบ้านเดินหน้าต่อต้านกองทัพ ซึ่งเขาเปรียบว่าเป็น "สุนัข" และ "ผู้ก่อการร้าย"

ที่มาของภาพ, Supplied

คำบรรยายภาพ, ซอ เมียะ ลิน (คนถือโทรโข่ง) เป็นที่รู้จักในฐานะนักพูดที่เก่งกาจ

เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีคนหนึ่งที่อยู่ระหว่างการซ่อนตัวและไม่ต้องการเปิดเผยนามเล่าให้บีบีซีฟังว่า "ซอ เมียะ ลิน เป็นผู้มีบารมีทางการเมือง"

"เขาเป็นนักพูดที่เก่งกาจ เขาเป็นคนเดียวจากเขตของเราที่สามารถรวบรวมผู้คนและเป็นผู้นำการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร เขาเป็นคนเดียวที่สามารถโน้มน้าวใจลูกจ้างรัฐจากหลายหน่วยงานให้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวแสดงการดื้อแพ่งของมวลชน"

เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีคนนี้ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับนายซอ เมียะ ลิน และกลุ่มนักศึกษาเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งในคืนนั้นนายซอ เมียะ ลิน กลับไปที่วิทยาลัยกับลูกศิษย์ของเขา แต่ช่วงเวลาใกล้ตี 2 ทหารได้บุกเข้าไปในวิทยาลัย

กลุ่มนักศึกษาบอกให้ครูของพวกเขาปีนกำแพงหลบหนี และมีผู้ถูกจับกุมไปหลายคน แต่ไม่มีใครทราบชะตากรรมของนายซอ เมียะ ลิน

ในเวลาบ่าย 3 โมงของวันเดียวกัน นางพิว พิว วิน ภรรยาของเขาได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่เขตชเว ปี ตา ที่แจ้งว่าสามีของเธอเสียชีวิตแล้ว และเธอสามารถเดินทางไปดูศพเขาได้ที่โรงพยาบาลทหารแห่งเดียวกับที่ครอบครัวของนายขิ่น หม่อง ลัต ไปรับศพก่อนหน้านี้

ครอบครัวพบว่าร่างของนายซอ เมียะ ลิน เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และที่ท้องถูกผ่าเปิดเป็นแนวขวาง ซึ่งภรรยาของเขาบอกว่าเห็นลำไส้ของสามีออกมาอยู่นอกท้อง

นอกจากนี้ เธอยังเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่แผ่นหลัง ซึ่งสื่อทางการเมียนมารายงานว่าเขาพลัดตกใส่ท่อเหล็กขนาด 2 นิ้วขณะปีนกำแพงหลังวิทยาลัย พร้อมกับเตือนว่าจะดำเนินการต่อผู้ให้ข้อมูลการตายของเขาที่ผิดไปจากนี้

นายแพทย์คนหนึ่งจากกลุ่มแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งตรวจสอบภาพถ่ายศพของนายซอ เมียะ ลิน สรุปว่าคำอธิบายสาเหตุการเสียชีวิตจากทางการเมียนมาไม่น่าเชื่อถือ

แพทย์บอกว่า การผ่าท้องตามแนวนอนนั้น ไม่เป็นไปตามหลักการผ่าชันสูตรศพของแพทย์ นอกจากนี้ส่วนลำตัวของเขายังถูกผ่าในแนวตั้งในลักษณะที่ดูเหมือนการชันสูตรศพ ส่วนรอยฟกช้ำที่ลำตัวทั้งสองข้างก็ไม่ตรงกับในรายงานของทางการเมียนมาที่บอกว่าเขาพลัดตกขณะปีนกำแพงหลบหนี

แพทย์ชี้ว่า การบาดเจ็บที่พบน่าจะมาจากน้ำมือของผู้ที่จับกุมตัวนายซอ เมียะ ลิน ไปมากกว่า อย่างไรก็ตามนายแพทย์ผู้นี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ชัดเจนเกี่ยวกับบาดแผลรุนแรงที่ศีรษะของเขา

ทางการเมียนมาไม่ยอมให้ภรรยารับศพของนายซอ เมียะ ลิน ไปจนกระทั่งถึงวันจัดงานศพของเขา ซึ่งเธอต้องใช้เวลาในการเดินเรื่องรับศพถึง 3 วัน และดูเหมือนว่าศพจะไม่ได้ถูกเก็บไว้ในตู้แช่ด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ที่ผ่านมา ทหารเมียนมาได้ปฏิบัติต่อฝ่ายต่อต้านในลักษณะที่บ่งชี้ว่าเหยื่อเหล่านี้ถูกสังหารโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

เป็นการยากที่จะล่วงรู้ได้ว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีทั้งสองจึงตกเป็นเป้าการทรมานอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งหลักฐานต่าง ๆ ดูเหมือนจะบ่งชี้ว่านี่คือสาเหตุการเสียชีวิตของพวกเขา

รัฐบาลทหารเมียนมาแทบไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงความชอบธรรมในการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐประหารอย่างโหดร้าย

บีบีซีได้ติดต่อไปยังโฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อขอความเห็นต่อรายงานของกลุ่มแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชน แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ

การปฏิบัติอย่างโหดร้าย

ที่ผ่านมา ทหารเมียนมาได้ปฏิบัติต่อฝ่ายต่อต้านในลักษณะที่บ่งชี้ว่าเหยื่อเหล่านี้ถูกสังหารโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

มีการใช้รถบรรทุกลากร่างผู้คนออกจากพื้นที่ โดยที่ไม่พยายามเข้าไปตรวจสอบว่าคนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ หลายครอบครัวยังถูกห้ามไม่ให้ไปรับศพญาติพี่น้อง ซึ่งถูกทหารเผาศพไปโดยพลการ และไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าได้สอบสวนการเสียชีวิตของพวกเขา

ศพส่วนใหญ่มักมีร่องรอยการทรมานและการผ่าพิสูจน์ต่าง ๆ แต่กลับไม่มีการเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของพวกเขา

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา (Association to Assist Political Prisoners in Burma) ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลการล่วงละเมิดของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมา ระบุว่า นับแต่เกิดเหตุวุ่นวายหลังการก่อรัฐประหารก็มีผู้หายตัวไป 75 คน ในจำนวนนี้ 23 คน ได้รับการยินยันว่าเป็นบุคคลสูญหายที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว

เป็นไปได้ว่าการปฏิบัติต่อนายขิ่น หม่อง ลัต และนายซอ เมียะ ลิน เป็นการตัดสินใจของหน่วยทหารที่จับตัวพวกเขาไป หรืออาจถูกกระตุ้นจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดในขณะนั้น และความรู้สึกเกลียดชังนักการเมืองก็อาจมีส่วนด้วย

ที่ผ่านมาแม้ทหารเมียนมาจะขึ้นชื่อเรื่องการปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อผู้ถูกควบคุมตัว แต่ก็แทบไม่มีผู้ใดถูกนำตัวมาลงโทษ

แต่เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีเชื่อว่า นายซอ เมียะ ลิน ถูกสังหารในลักษณะที่เป็นการสื่อสารบางอย่าง

"ผมเชื่อว่าพวกเขาคงคิดว่าการสังหาร [ซอ เมียะ ลิน] ด้วยความโหดเหี้ยมเช่นนี้ จะสร้างความหวัดกลัวในหมู่ประชาชน และทำให้พวกเขายอมล่าถอยไป"