ประชุมสุดยอดเกาหลี: ประมวลภาพที่สุดแห่งประวัติศาสตร์การประชุมระหว่างผู้นำสองเกาหลี

ที่มาของภาพ, Reuters/Pyongyang Press Corps

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ (ซ้าย) และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือร่วมกันชูมือขึ้นแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งเดียวของเกาหลี

ปิดฉากไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดเกาหลีครั้งที่ 3 ณ กรุงเปียงยาง ของเกาหลีเหนือท่ามกลางความชื่นมื่นระหว่างสองผู้นำ รวมถึงประชาชนชาวเกาหลีเหนือ ขณะที่นายมุน แจ อินกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานมหกรรมกีฬาแห่งชาติ

"ผมขอเสนอว่า เรา (เกาหลีเหนือและใต้) ควรจะยุติความเป็นปรปักษ์ต่อกันที่มีมาตลอด 70 ปี แล้วร่วมกันก้าวข้ามไปสู่สันติภาพและรวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง" นี่คือส่วนหนึ่งในสุนทรพจน์ที่นายมุนกล่าวเป็นเวลา 7 นาทีในคืนของวันพุธที่ผ่านมา (19 ก.ย.)

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีเพียงชาวเกาหลีเหนือราว 1.5 แสนคนที่ร่วมมหกรรมกีฬาแห่งชาติ "อารีรัง เกมส์" เท่านั้นที่ได้รับฟัง เพราะไม่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เหมือนในเกาหลีใต้

"อารีรัง เกมส์" เป็นมหกรรมโฆษณาชวนเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลีเหนือ สำหรับปีนี้จัดขึ้นในโอกาสพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการสถาปนาเกาหลีเหนือ มีผู้ร่วมงานเพื่อทำการแสดงหลายหมื่นคน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และตำนานความเป็นมาของชาวเกาหลี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายในสนามกีฬา เมย์ เดย์ เป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสองเกาหลี ที่มีขึ้นมาแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. เป็นเวลา 3 วัน เพื่อตกลงในแนวทางร่วมกันที่จะบรรลุการปลดอาวุธนิวเคลียร์

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ภาพผู้นำเกาหลีทั้งสองถูกฉายบนฉากแปรอักษรโดยบรรดานักแสดง

ในสุนทรพจน์ตอนหนึ่ง ประธานาธิบดีมุนยังกล่าวถึงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยเรียกร้องให้กวาดล้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวรอีกด้วย

นายอันเดรย์ อับราฮาเมียน นักวิชาการจากสถาบันแปซิฟิก ฟอรั่ม บอกกับบีบีซีว่า สุนทรพจน์ของนายมุนได้ถูกปรับแต่งให้เข้ากับกลุ่มผู้ร่วมงานชาวเกาหลีเหนือ นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมอีกว่าด้วยบรรยากาศในสนามกีฬาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ซึ่งผสานกันการแสดงแสงสี ผนวกกับสุนทรพจน์ของนายมุนที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ทำให้เข้าถึงหัวใจของผู้ฟังในสนามอย่างมาก

"นี่ถือเป็นห้วงเวลาและอารมณ์ที่ทำให้นายมุนได้รับการสนับสนุนในเกาหลีเหนือ และผมเชื่อว่าจะทำให้ผู้นำเกาหลีใต้รายนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างไม่เคยมีมาก่อน" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาดว่ามีผู้ร่วมงานราว 150,000 ที่ร่วมงานนี้ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนักเต้นกายกรรมอีกหลายหมื่นคน

ที่มาของภาพ, Reuters/Pyongyang Press Corps

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีมุน นั่งข้าง ๆ นายคิมโดยมีภริยาของแต่ละคนขนาบข้างด้วย ทั้งนี้ เขากล่าวสุนทรพจน์ถึงการเดินไปข้างหน้า "สร้างอนาคตใหม่ด้วยกัน"

ที่มาของภาพ, Reuters/Pyongyang Press Corps

คำบรรยายภาพ, ผู้นำทั้งสองเกาหลีได้รับดอกไม้จากเด็กเป็นการต้อนรับก่อนพิธีการแสดงจะเริ่มต้นขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

"อารีรัง เกมส์" สำคัญอย่างไร

ที่จริงแล้ว มหกรรมกีฬาแห่งชาติ หรือ อารีรัง เกมส์ ไม่ได้จัดมาแล้วหลายปี แต่ก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของการโฆษณาชวนเชื่อภายในประเทศของเกาหลีเหนือ ที่จะเน้นสร้างความเป็นหนึ่งเดียว การมีส่วนร่วมกันทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงการสรรเสริญความเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

ทว่า ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักพิทักษ์สิทธิมนุษย์ชนที่กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือเกณฑ์และบังคับเด็กจำนวนนับพันคนเพื่อมาร่วมมหกรรมกีฬาดังกล่าว ซึ่งในรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ด้านสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ ขององค์การสหประชาชาติ ปี 2014 ระบุว่า "ตารางการฝึกที่เข้มงวดเพื่อเข้าร่วมกับมหกรรมกีฬานี้ ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและพลานามัยของเด็ก" โดยที่ผู้ที่เข้าร่วมงานไม่ได้คำนึงว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง

ที่มาของภาพ, AFP

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, AFP/Getty

คำบรรยายภาพ, นักแสดงแปรอักษร

ที่มาของภาพ, AFP

ที่มาของภาพ, AFP/Getty

ที่มาของภาพ, AFP/Pyongyang Press Corps

คำบรรยายภาพ, มีรายงานว่างานที่จัดขึ้นมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับผู้แทนจากเกาหลีใต้

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สนามกีฬาเมย์ เดย์ มีการแสดงแสงสีระหว่างการจัดพิธีมหกรรมกีฬาแห่งชาติ

สัญญะแห่งการเยือนยอดเขาเพ็กตู

ในการเยือนกรุงเปียงยางของผู้นำเกาหลีใต้ มีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญประการหนึ่งคือ การที่ผู้นำเกาหลีเหนือทั้งสองเดินทางไปยังยอดเขาเพ็กตู ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของชนชาติเกาหลี กล่าวคือ ในเพลงชาติเกาหลีใต้ยังได้กล่าวถึงยอดเขาเพ็กตู ขณะที่เกาหลีเหนือก็ใช้ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งในการโฆษณาชวนเชื่อในหลายรูปแบบ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายคิม และนายมุนพร้อมดัวยภริยาร่วมกันถ่ายภาพร่วมกับนบนยอดเขาเพ็กตู

โค้งคำนับซื้อใจชาวเปียงยาง

การโค้งคำนับเพื่อทักทายและอำลาชาวเกาหลีเหนือที่สนามบินในกรุงเปียงยาง ของประธานาธิบดีมุนกลายเป็นเรื่องกล่าวที่ถึงในเกาหลีเหนือ เพราะเขาโค้งคำนับในแบบทำมุม 90 องศา

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น หนึ่งในชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักต์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุท้องถิ่นแห่งหนึ่งว่า การโค้งคำนับในลักษณะดังกล่าวเป็นวิธีการเดียวในการแสดงความเคารพต่อผู้นำของชาวเกาหลีเหนือเท่านั้น ซึ่งแสดงออกดังกล่าวของนายมุน ถือว่าสร้างผลกระทบและเข้าถึงความรู้สึกของชาวเกาหลีเหนือได้เป็นอย่างดี

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีมุนพร้อมภริยาโค้งคำนับอำลาชาวกรุงเปียงยาง ก่อนเดินทางกลับกรุงโซล ในเกาหลีใต้

.