เปิดไทม์ไลน์ประท้วงอิหร่าน มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จนทำให้ทรัมป์เตือนถึงการแทรกแซง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มีการจุดไฟเผาขณะที่ผู้ประท้วงชุมนุมกันในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
เวลาอ่าน: 4 นาที

การประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งจุดชนวนจากความปั่นป่วนวุ่นวายทางเศรษฐกิจ และมีแรงหนุนจากความไม่พอใจต่อผู้นำประเทศที่มีมายาวนาน ได้เขย่าอิหร่านในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

การประท้วงได้ลุกลามไปยังเมืองต่าง ๆ ในทุกจังหวัด โดยคาดว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนจากการปราบปรามการประท้วงของรัฐบาลอิหร่าน

บวกกับคำเตือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บอกว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะเข้าแทรกแซง บีบีซีจึงชวนย้อนกลับไปดูว่าอิหร่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

1953: การโค่นล้มมอสซาเดก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โมฮัมหมัด มอสซาเดก นายกรัฐมนตรีอิหร่าน ริเริ่มการปฏิรูปหลายด้าน รวมถึงการโอนกิจการน้ำมันของอิหร่านให้เป็นของรัฐ

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และอังกฤษวางแผนรัฐประหารเพื่อโค่นล้มโมฮัมหมัด มอสซาเดก นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของอิหร่าน ผู้นำรายนี้ขึ้นสู่อำนาจเพียง 2 ปีก่อนหน้านั้น โดยสัญญาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์น้ำมันสำรองจำนวนมหาศาลของอิหร่านให้เป็นของรัฐ แต่สิ่งนี้ประกอบกับภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ที่เห็นได้ชัด ทำให้ 2 รัฐบาลชาติตะวันตกที่เศรษฐกิจยุคหลังสงครามต้องพึ่งพาน้ำมันของอิหร่านเป็นกังวลใจ

พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ผู้ซึ่งทรงลี้ภัยอยู่ในขณะนั้น เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศเพื่อปกครองประเทศ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 พระองค์ทรงพึ่งพาตำรวจลับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน พระบรมราโชบายของพระองค์ทำให้เหล่าผู้นำศาสนาไม่พอใจ และการปกครองแบบเผด็จการของพระองค์นำไปสู่การจลาจล การประท้วงหยุดงาน และการเดินขบวนครั้งใหญ่ ในที่สุดก็มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก

1979: การปฏิวัติอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Michel Setboun/Corbis via Getty Images

คำบรรยายภาพ, อยาตอลเลาะห์ โคไมนี โบกมือให้ฝูงชนขณะเดินทางกลับจากการลี้ภัย

พระเจ้าชาห์ผู้ที่ทรงได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เสด็จฯ ออกจากประเทศเมื่อ 16 ม.ค. หลังจากการประท้วงและการหยุดงานต่อต้านการปกครองของพระองค์โดยฝ่ายฆราวาสและฝ่ายศาสนาเป็นเวลาหลายเดือน

2 สัปดาห์ต่อมา อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำศาสนาอิสลาม กลับจากการลี้ภัย เปลี่ยนแปลงการปกครองอิหร่านจากระบอบกษัตริย์เป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อ 1 เม.ย.

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้โคไมนีเป็นผู้นำสูงสุด และเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี 1989 อำนาจของผู้นำสูงสุดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนถึงทุกวันนี้ บทบาทนี้ยังคงอยู่ในมือของบุคคลสำคัญทางศาสนา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะผู้นำทางศาสนา การที่อิหร่านให้ความสำคัญกับศาสนาเป็นศูนย์กลางของรัฐ ทำให้อิหร่านถูกมองว่าเป็นระบอบระบอบการปกครองโดยผู้นำทางศาสนา (theocracy)

1979-1981: วิกฤตตัวประกันสถานทูตสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกผู้ประท้วงจับตัวไปในเดือน พ.ย. 1979

กลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนโคไมนีบุกยึดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะรานเมื่อเดือน พ.ย. 1979 และจับกุมตัวประกันชาวอเมริกันไว้ภายในเป็นเวลา 444 วัน

ตัวประกัน 52 คนสุดท้ายได้รับการปล่อยตัวในเดือน ม.ค. 1981 ชาวอเมริกันอีก 6 คนที่หลบหนีออกจากสถานทูตถูกลักลอบพาออกจากอิหร่านโดยทีมงานที่ปลอมตัวเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ เหตุการณ์เหล่านี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องอาร์โก (Argo) ที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012

1980-1988: เกิดสงครามระหว่างอิหร่านและอิรัก

ข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานเกี่ยวกับดินแดนและความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างอิหร่านและอิรักปะทุขึ้นเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ความขัดแย้งกลายเป็นภาวะชะงักงันอย่างรวดเร็ว โดยมีการสู้รบด้วยอาวุธเคมีและการโจมตีทางอากาศตามเมืองต่าง ๆ

ในช่วงหนึ่ง สงครามได้ขยายวงกว้างไปถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ต้องส่งเรือไปประจำการที่นั่นเพื่อปกป้องเรือเหล่านั้น ถึงแม้ท่าทีอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ จะเป็นกลาง แต่สหรัฐฯ ก็ได้เปิดการติดต่อสื่อสารลับกับอิรัก โดยให้ความช่วยเหลือทางการเงิน อาวุธ และข้อมูลข่าวกรองแก่ประเทศนั้น ความขัดแย้งกินเวลานาน 8 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งล้านคน

1985-1986: เรื่องอื้อฉาวอิหร่าน-คอนทรา

สหรัฐฯ แอบส่งอาวุธให้อิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือจากอิหร่านในการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์จับไว้ในเลบานอน โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้นำผลกำไรจาการขายอาวุธดังกล่าวส่งต่อไปยังกลุ่มกบฏ "คอนทรา" ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในนิการากัว

1988: เครื่องบินโดยสารอิหร่านถูกยิงตก

เรือรบอเมริกัน USS Vincennes ยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบินอิหร่านแอร์ตกในอ่าวเปอร์เซียเมื่อ 3 ก.ค. ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 290 คน สหรัฐฯ กล่าวว่า เครื่องบินแอร์บัส A300 ลำนั้นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องบินรบ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญชาวอิหร่านที่กำลังเดินทางไปนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

2002: "อักษะแห่งความชั่วร้าย" (axis of evil)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง "อักษะแห่งความชั่วร้าย" (axis of evil) ในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อ 29 ม.ค. 2002

ในการกล่าวสุนทรพจน์เรื่องสถานการณ์ของประเทศ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประณามอิหร่านว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "อักษะแห่งความชั่วร้าย" (axis of evil) ร่วมกับอิรักและเกาหลีเหนือ สุนทรพจน์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากในอิหร่าน

ทศวรรษที่ 2000: ความหวาดกลัวนิวเคลียร์และการคว่ำบาตร

ในปี 2002 ฝ่ายค้านของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านกำลังพัฒนาโรงงานนิวเคลียร์ รวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่ามีโครงการอาวุธนิวเคลียร์ลับ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธ หลังจากนั้นเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษที่มีกิจกรรมทางการทูตและการมีส่วนร่วมของอิหร่านกับหน่วยงานตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติเป็นระยะ ๆ แต่สหประชาชาติ สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรหลายรอบต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีมาห์มูด อะห์เมดีเนจาด ผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยมสุดโต่ง ส่งผลให้ค่าเงินของอิหร่านลดลง 2 ใน 3 ภายในระยะเวลา 2 ปี

2013-2016: การเจรจาและข้อตกลงด้านนิวเคลียร์

ในเดือน ก.ย. 2013 หนึ่งเดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ผู้นำสายกลางคนใหม่ของอิหร่านเข้ารับตำแหน่ง เขาและประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ได้สนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างผู้นำระดับสูงครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

จากนั้นในปี 2015 หลังจากมีการดำเนินทางการทูตอย่างเข้มข้น อิหร่านได้ตกลงทำข้อตกลงระยะยาวเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์กับกลุ่มมหาอำนาจโลกที่รู้จักกันในชื่อ "P5+1" ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี ภายใต้ข้อตกลงนี้ อิหร่านตกลงที่จะจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ที่อ่อนไหวและอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรง

2019: ความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อคว่ำบาตรผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี

ในเดือน พ.ค. 2018 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ ก่อนจะกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกครั้ง และขู่ว่าจะทำแบบเดียวกันนี้กับประเทศและบริษัทที่ยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่าน จากนั้นเศรษฐกิจของอิหร่านก็เข้าอยู่ในภาวะถดถอยอย่างรุนแรง

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเลวร้ายลงในเดือน พ.ค. 2019 เมื่อสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ อิหร่านจึงเริ่มกดดันกลับ ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 2019 เกิดเหตุระเบิดบนเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำในอ่าวโอมาน และสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน

ต่อมา 20 มิ.ย. 2019 กองกำลังอิหร่านยิงโดรนทางทหารของสหรัฐฯ ตกเหนือช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ บอกว่าโดรนดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำสากล แต่อิหร่านระบุว่าอยู่ในน่านน้ำของตน อิหร่านเริ่มยกเลิกข้อผูกพันสำคัญภายใต้ข้อตกลงนิวเคลียร์ในเดือน ก.ค.

2020: การลอบสังหารคาเซ็ม สุเลมานี

เมื่อ 3 ม.ค. 2020 พล.อ.คาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารโดยโดรนของสหรัฐฯ ในอิรัก อิหร่านลั่นวาจาว่าจะ "แก้แค้นอย่างรุนแรง" ต่อการเสียชีวิตของเขา และตัดสินใจถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015

2021-2022: การเจรจานิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะกลับเข้าร่วมข้อตกลงนิวเคลียร์และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร หากอิหร่านกลับมาปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์อย่างเคร่งครัด แต่การเลือกตั้งของอิหร่านในปี 2021 อิบราฮิม ไรซี ผู้นำศาสนาที่มีจุดยืนที่แข็งกร้าว ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ในขณะที่ความพยายามรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้การเจรจาดังกล่าวหยุดชะงักลง

2022: การลุกฮือจากกรณีมาห์ซา อามินี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจ กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงต่อต้านทั่วประเทศอิหร่านในปี 2022

การเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวของมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปี ที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมในข้อหาไม่สวมฮิญาบอย่างถูกต้อง ก่อให้เกิดการประท้วงต่อต้านทั่วประเทศและเรียกร้องให้เคารพสตรีมากขึ้น ถึงแม้ว่าไม่ใช่การประท้วงใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของระบอบการปกครองนี้ – กรีนมูฟเมนต์หรือการเคลื่อนไหวสีเขียว (Green Movement) 2009 เป็นการประท้วงของชนชั้นกลางต่อต้านการโกงการเลือกตั้ง และมีการประท้วงครั้งใหญ่อื่น ๆ ในปี 2017 และ 2019 ในพื้นที่ยากจน – แต่เสียงเรียกร้องของประชาชนแตกต่างจากที่ระบอบการปกครองนี้เคยพบเห็นมาก่อน ผู้ประท้วงหลายร้อยคนถูกสังหารและหลายพันคนถูกจับกุมระหว่างการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมที่ตามมา

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลได้โจมตีฐานทัพทหารของอิหร่านอย่างกว้างขวางในเดือน มิ.ย. 2025

2023: การแลกเปลี่ยนนักโทษอิหร่านและการโจมตีอิสราเอลของฮามาส

ในเดือน ก.ย. พลเมืองสหรัฐฯ 5 คนที่ถูกจำคุกในอิหร่านได้รับการปล่อยตัวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ซึ่งรวมถึงการส่งตัวชาวอิหร่าน 5 คนที่ถูกควบคุมตัวในสหรัฐฯ กลับคืนแผ่นดินเกิด และปลดล็อกเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในเกาหลีใต้

เดือนถัดมา กลุ่มติดอาวุธฮามาส ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุนมานานหลายปี ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอล สังหารผู้คนมากกว่า 1,200 คน และจับตัวประกัน 251 คน

2024: ความขัดแย้งโดยตรงปะทุขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลว่าสังหารนายพลในการโจมตีอาคารสถานกงสุลในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย และเปิดฉากโจมตีอิสราเอลโดยตรงจากดินแดนของตนเองเป็นครั้งแรก สหรัฐฯ และชาติตะวันตกให้ความช่วยเหลืออิสราเอลในการยิงสกัดขีปนาวุธส่วนใหญ่ อิสราเอลลอบสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และเปิดฉากโจมตีภายในอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบขีปนาวุธ

มิ.ย. 2025: สงครามอิหร่าน-อิสราเอล

อิสราเอลโจมตีฐานทัพและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างกว้างขวาง สังหารผู้บัญชาการระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์ อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของอิสราเอล สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศใส่โรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านโดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังจากการปะทะกัน 12 วัน จึงมีข้อตกลงหยุดยิง

ธ.ค. 2025: การปราบปรามอย่างรุนแรงเมื่อการประท้วงคุกคามระบอบการปกครองในอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงชาวอิหร่านออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในการชุมนุมครั้งล่าสุด

การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในกรุงเตหะรานโดยมีชนวนเหตุจากปัญหาเศรษฐกิจ การประท้วงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังเมืองต่าง ๆ ใน 31 จังหวัด การประท้วงเรียกร้องให้ยุติการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐอิสลามและการปกครองของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด นำไปสู่การปราบปรามของรัฐบาล

มีรายงานว่ามีผู้ถูกจับกุมกว่า 10,000 คน และผู้ประท้วงหลายร้อยคนเสียชีวิต รัฐบาลอิหร่านสั่งปิดอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณา "ทางเลือกที่รุนแรงมาก" ในการแทรกแซงอิหร่าน