เทียบประกาศสำคัญของทรัมป์กับ 5 กรณีการซื้อขายในตลาด ถูกครหาเป็นอินไซเดอร์ เทรดดิง

US President Donald Trump arrives for a prime-time address to the nation in the Cross Hall of the White House in Washington, DC, US, on Wednesday, 1 April, 2026.

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Image

คำบรรยายภาพ, ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดชี้ว่า มีการซื้อขายที่ผิดปกติหลายกรณีซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนการประกาศนโยบายต่างประเทศสำคัญ ๆ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
เวลาอ่าน: 10 นาที

ตลอดวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะประกาศนโยบายหรือท่าทีสำคัญใด ๆ นักลงทุนบางส่วนจะวางเดิมพันเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ลงทุนในช่วงเวลานั้นเสมอ

บีบีซีได้ตรวจสอบข้อมูลปริมาณการซื้อขายในตลาดการเงินหลายแห่ง และนำมาเปรียบเทียบกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการวิเคราะห์พบรูปแบบที่สอดคล้องกัน นั่นคือปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หรือในบางกรณีการซื้อขายก็พุ่งขึ้นเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะมีการเผยแพร่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์หรือการให้สัมภาษณ์ออกสู่สาธารณะ

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะเข้าข่ายการซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลภายใน (Insider Trading) อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการเก็งกำไรในตลาดโดยอาศัยข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถเข้าถึงได้

ขณะที่นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า ภาพรวมของสถานการณ์มีความซับซ้อนกว่านั้น และนักเทรดบางรายอาจคาดการณ์การแทรกแซงของประธานาธิบดีได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ต่อไปนี้คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด 5 กรณีซึ่งบีบีซีได้นำมาพิจารณา

9 มีนาคม 2026: "สงครามแทบจะจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์"

การเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่ที่สุดบางส่วนเกิดขึ้นในการซื้อขายน้ำมันในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปะทุได้ 9 วัน ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ (CBS News) โดยกล่าวว่า ความขัดแย้งดังกล่าว "แทบจะจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์"

A bar chart and a line chart titled "Oil trading volumes spike shortly before CBS interview sends price tumbling”, showing trading volumes, and the price per barrel, for Brent crude oil futures on the evening of Monday 9 March 2026. The bar chart of trading volumes shows Brent futures contracts were trading at a volume of 884, at 18:00 GMT (each contract represents 1,000 barrels of oil). That spiked to 4,141 at 18:28, fell again, and then rose sharply again shortly after 19:16, when an interview on CBS was made public, in which Trump indicated the Iran war could be near an end. The line chart of prices shows Brent futures were trading at a little under $100 a barrel at 18:00, but then dropped sharply after Trump’s interview was made public, hitting $85 by 19:39, before recovering slightly to $90 by 20:00. The source is Bloomberg.
  • 18.29 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ปริมาณการเก็งกำไรราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • 19.16 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ทรัมป์ระบุว่าสงครามใกล้จะสิ้นสุด
  • 19.17 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ราคาน้ำมันร่วงลง 25%

สาธารณชนได้ทราบถึงการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นครั้งแรกในเวลา 15.16 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐฯ หรือ 19.16 น. ตามเวลา GMT (ตรงกับ 02.16 น. ของวันที่ 10 มี.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) ทันทีที่ผู้สื่อข่าวเผยแพร่ข่าวนี้ผ่านทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X)

นักลงทุนในตลาดน้ำมันต่างตอบสนองกระแสข่าวว่าความขัดแย้งอาจยุติลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ด้วยการเทขายสัญญาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาดิ่งลงถึงประมาณ 25%

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการซื้อขายในตลาดกลับบ่งชี้ว่ามีการแรงเข้าซื้อเพิ่มเข้ามาอย่างรวดเร็ว จากการวางเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงในปริมาณมหาศาล (Massive Short Positions) มาตั้งแต่เวลา 18.29 น. ตามเวลา GMT ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ผู้สื่อข่าวจะรายงานข่าวดังกล่าวถึง 47 นาทีเต็ม

กลุ่มนักลงทุนที่เข้าเก็งกำไรล่วงหน้าในระหว่างนั้นสามารถกวาดผลกำไรได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐจากความผันผวนของราคาในครั้งนี้

23 มีนาคม 2026: "ยุติความขัดแย้งอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์"

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เพียงสองวันหลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะ "ทำลายล้าง" โรงไฟฟ้าของอิหร่าน เขาก็ได้เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่าวอชิงตันมีการ "สนทนาที่ดีและมีประสิทธิภาพมาก" กับอิหร่าน เพื่อนำไปสู่ "การยุติความขัดแย้งอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์"

ท่าทีดังกล่าวสร้างความประหลาดใจอย่างยิ่งต่อทั้งกลุ่มผู้สังเกตการณ์ทางการทูตและนักลงทุนในตลาด

A bar chart and a line chart titled " Oil trades jump again before a Trump post on Iran moves oil prices”, showing trading volumes, and the price per barrel, for Brent crude oil futures on the morning of Monday 23 March 2026. The bar chart of trading volumes shows Brent futures contracts were trading at a volume of 41, at 10:30 GMT (each contract represents 1,000 barrels of oil). That stayed in double figures or the low hundreds until 10:49, when it jumped to 1,619. It fell back, and then jumped much higher to a peak of 8,205 at 11:06, shortly after Trump posted about Iran. It then gradually fell back lower. The line chart of prices shows Brent futures were trading at a little under $113 a barrel at 10:30, but then dropped sharply after Trump’s interview was made public, hitting $97 by 11:08, before recovering slightly to $104 by 11:30. The source is Bloomberg.
  • 10.48-10.50 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ปริมาณการเก็งกำไรราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้น
  • 11.04 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ทรัมป์โพสต์ข้อความระบุถึง "การยุติ" ความขัดแย้ง "อย่างสมบูรณ์"
  • 11.05 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT): ราคาน้ำมันร่วงลง 11%

ทันทีหลังจากนั้น ตลาดหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐอเมริกา (US benchmark price of oil) ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในสภาวะขาขึ้น กลับปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรง

บีบีซีรายงานในขณะนั้นว่า ในช่วง 14 นาทีก่อนที่ประธานาธิบดีจะเผยแพร่ข้อความ ได้เกิดปริมาณการเปิดสถานะเก็งกำไรต่อราคาน้ำมันสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างผิดปกติ

รูปแบบความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังพบได้เช่นเดียวกันในกลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent Crude) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งราคาน้ำมันดิบอ้างอิงหลักของโลก

นักวิเคราะห์ด้านตลาดน้ำมันรายหนึ่งได้ให้ความเห็นกับสำนักข่าวบีบีซีในเวลานั้นว่า พฤติกรรมการซื้อขายเหล่านี้นั้นดู "ผิดปกติอย่างแน่นอน"

9 เมษายน 2025: ทรัมป์ระงับภาษีนำเข้าชั่วคราว

นอกเหนือจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว ยังมีตัวอย่างพฤติกรรมการซื้อขายอื่น ๆ ที่สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ตลาดเช่นกัน

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2025 ทรัมป์ประกาศวาระที่เขาเรียกว่า "วันแห่งการปลดปล่อย" (Liberation Day) ซึ่งคือการบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างกับสินค้าจากแทบทุกประเทศทั่วโลก

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรง

ทว่าในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อทรัมป์ได้ประกาศ "ระงับ" การจัดเก็บภาษีดังกล่าวชั่วคราวเป็นเวลา 90 วันสำหรับทุกประเทศ ยกเว้นประเทศจีน ตลาดหุ้นก็กลับมาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงหลัก ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 9.5% ซึ่งถือเป็นสถิติการปรับตัวเพิ่มขึ้นภายในวันเดียว (Single-day gain) ที่สูงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา

  • 18.00 น. ตามเวลามาตรฐานฤดูร้อนของอังกฤษ (BST): นักลงทุนเริ่มเปิดสถานะเก็งกำไรปริมาณมหาศาลว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น
  • 18.18 น. ตามเวลา BST: ทรัมป์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้า
  • 18.19 น. ตามเวลา BST: ตลาดหุ้นเริ่มพุ่งทะยานขึ้นครั้งประวัติศาสตร์

นี่เป็นอีกครั้งที่พบรูปแบบการซื้อขายที่ผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าการประกาศสำคัญ ครั้งนี้มีปริมาณการเก็งกำไรที่สูงผิดปกติในกองทุนแห่งหนึ่งที่อ้างอิงผลตอบแทนตามดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500 tracking fund) ก่อนที่จะมีการแถลงการณ์ของทรัมป์ออกมา

ปริมาณการซื้อขายสัญญาพุ่งสูงขึ้นทะลุ 10,000 สัญญาต่อนาที ทันทีหลังเวลา 18.00 น. ตามเวลา BST (ช้ากว่าเวลาในไทย 6 ชม.) ทั้งที่ในช่วงก่อนหน้าของวันเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ที่ระดับเพียงหลักร้อยสัญญาเท่านั้น

มีรายงานว่านักลงทุนบางกลุ่มได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64 ล้านบาทไทย) เพื่อเก็งกำไรว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันดังกล่าว แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดจะเผชิญกับสภาวะร่วงลงติดต่อกันมาถึง 7 วันรวดแล้วก็ตาม ซึ่งการพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงของตลาดในเวลาต่อมา คาดว่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้แก่นักลงทุนกลุ่มนี้ได้เกือบ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 640 ล้านบาทไทย)

ในช่วงปลายสัปดาห์นั้น วุฒิสมาชิกอาวุโสหลายท่านจากพรรคเดโมแครตได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินแห่งนี้ ดำเนินการสืบสวนว่าการประกาศของประธานาธิบดี "เป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคลวงในของรัฐบาลและพรรคพวก โดยอาศัยความเสียเปรียบของประชาชนชาวอเมริกัน" หรือไม่

เมื่อบีบีซีสอบถามไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ว่าได้ดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหาเหล่านี้แล้วหรือไม่ โฆษกของคณะกรรมการฯ ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้

ในขณะเดียวกันทำเนียบขาวก็ไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอของบีบีซี ที่ขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติทั้งหมดซึ่งถูกวิเคราะห์ในรายงานฉบับนี้

3 มกราคม 2026: นิโกลัส มาดูโร ถูกจับตัว

Venezuela's President Nicolas Maduro holds Simon Bolivar's sword as he addresses members of the armed forces

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้ใช้งานรายหนึ่งทำกำไรได้ 436,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.9 ล้านบาทไทย) จากการวางเดิมพันว่า นิโกลัส มาดูโร จะพ้นจากตำแหน่งภายในสิ้นเดือน ม.ค.
  • ธ.ค. 2025: มีการสร้างบัญชีผู้ใช้ชื่อ "Burdensome-Mix"
  • 2 ม.ค. 2026: บัญชีดังกล่าววางเดิมพันมูลค่า 32,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาทไทย) ว่าประธานาธิบดีมาดูโรจะถูกโค่นล้มอำนาจ
  • 3 ม.ค. 2026: ประธานาธิบดีมาดูโรถูกควบคุมตัว ส่งผลให้บัญชี Burdensome-Mix กวาดกำไรไปถึง 436,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.9 ล้านบาทไทย)

การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดคาดการณ์ล่วงหน้าออนไลน์ (Online Predictions Markets) ในช่วงที่ผ่านมาดึงดูดความสนใจและการตรวจสอบจากผู้สังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

โพลีมาร์เก็ต (Polymarket) และคาลชิ (Kalshi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเก็งกำไรในเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่สภาพอากาศ การแข่งขันเบสบอล ไปจนถึงทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นหนึ่งในนักลงทุนของโพลีมาร์เก็ตและดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการที่ปรึกษา นอกจากนี้เขายังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ให้กับแพลตฟอร์มคาลชิ โดยบีบีซีได้ติดต่อไปยังเขาเพื่อขอความเห็นในประเด็นดังกล่าวแล้ว

ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 มีผู้ใช้งานรายหนึ่งได้สร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มโพลีมาร์เก็ตภายใต้ชื่อ "Burdensome-Mix" ต่อมาในวันที่ 30 ธ.ค. บัญชีดังกล่าวได้เปิดวางเดิมพันเป็นครั้งแรก โดยคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา จะพ้นจากตำแหน่งภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2026

ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2025 ถึง 2 ม.ค. 2026 บัญชี Burdensome-Mix ได้เข้าลงทุนในสถานะดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 32,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาทไทย)

เมื่อประธานาธิบดีมาดูโรถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวและถูกโค่นล้มอำนาจในวันรุ่งขึ้น บัญชี Burdensome-Mix สามารถกวาดผลกำไรไปได้สูงถึง 436,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.9 ล้านบาทไทย)

หลังจากนั้นไม่นาน บัญชีดังกล่าวได้เปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน และไม่มีการวางเดิมพันใด ๆ เพิ่มเติมอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กุมภาพันธ์ 2026: โจมตีอิหร่าน

  • ก.พ. 2026: มีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่จำนวน 6 บัญชีบนแพลตฟอร์มโพลีมาร์เก็ต (Polymarket)
  • 28 ก.พ. 2026: ทั้งหกบัญชีนี้กวาดผลกำไรไปรวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 38.4 ล้านบาท)

ข้อมูลจากเว็บไซต์วิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน บับเบิลแมปส์ (Bubblemaps) ระบุว่า มีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่จำนวน 6 บัญชีบนแพลตฟอร์มโพลีมาร์เก็ตในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

บัญชีทั้งหมดได้วางเงินเดิมพันว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านภายในวันที่ 28 ก.พ. และเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมายืนยันถึงปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวในช่วงรุ่งเช้าของวันเดียวกัน กลุ่มบัญชีเหล่านั้นก็สามารถกวาดผลกำไรไปได้รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 38.4 ล้านบาท)

บัญชีผู้ใช้งาน 5 จาก 6 บัญชีดังกล่าว ไม่มีการวางเดิมพันเพิ่มเติมอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของหนึ่งในบัญชีเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่า ในเวลาต่อมาบัญชีนั้นสามารถทำกำไรได้อีกถึง 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 ล้านบาท) จากการเก็งกำไรได้อย่างแม่นยำว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงภายในวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันที่สหรัฐฯ และอิหร่านประกาศข้อตกลงดังกล่าวพอดี

โพลีมาร์เก็ตชี้แจงต่อบีบีซีว่าแพลตฟอร์มได้ "กำหนด รักษา และบังคับใช้มาตรฐานความโปร่งใสของตลาดในระดับสูงสุด" พร้อมกล่าวว่าบริษัทมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในลักษณะ "เชิงรุก" เพื่อบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว

เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ทั้งโพลีมาร์เก็ตและคาลชิได้กำหนดกฎระเบียบใหม่เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับการซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลภายใน

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ล่วงหน้าอยู่ภายใต้เขตอำนาจการกำกับดูแลของคณะกรรมการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์แห่งสหรัฐฯ (Commodity Futures Trading Commission หรือ CFTC)

แม้ว่าทาง CFTC จะไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอของบีบีซีเพื่อชี้แจงในประเด็นนี้ แต่ประธานของ CFTC ได้กล่าวต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ว่า ทางหน่วยงานมีนโยบาย "ไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด" ต่อการฉ้อโกงและการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวได้ส่งอีเมลเวียนภายในถึงเจ้าหน้าที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อเตือนไม่ให้นำข้อมูลวงในไปใช้เพื่อการเก็งกำไรในตลาดคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า

นายเดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในเวลานั้นว่า "การกล่าวพาดพิงใด ๆ ที่ส่อให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าวโดยปราศจากหลักฐาน ถือเป็นการนำเสนอข่าวที่เลื่อนลอยและขาดความรับผิดชอบ"

พิสูจน์ได้ยาก

การซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลภายในถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายสำหรับชาวอเมริกันส่วนใหญ่ นับตั้งแต่มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ (Securities Act) ในปี 1933

กฎหมายดังกล่าวได้ถูกขยายขอบเขตให้ครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2012 ทว่าจนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีบุคคลใดถูกดำเนินคดีภายใต้ข้อกฎหมายฉบับนี้

ศาสตราจารย์พอล อูดิน (Paul Oudin) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกำกับดูแลทางการเงินจากสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจเอสเซค (ESSEC Business School) ให้ความเห็นว่า กฎระเบียบเหล่านี้ยากต่อการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ

"หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินจะไม่ดำเนินการสั่งฟ้องคดี หากพวกเขาไม่สามารถสืบทราบได้ว่าใครคือแหล่งที่มาของข้อมูล" ศาสตราจารย์อูดินระบุ

ทั้งนี้ ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหรัฐฯ แห่งใดที่บีบีซีได้ติดต่อไป ออกมายอมรับถึงการมีอยู่ของข้อกล่าวหาการซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลภายในเหล่านี้เลย

"คุณอาจพบเห็นการซื้อขายปริมาณมหาศาลบนเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีบุคคลบางกลุ่มได้ล่วงรู้ข้อมูลวงในเกี่ยวกับสิ่งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะประกาศ"

ศาสตราจารย์อูดินกล่าวต่อว่า "แต่ถึงกระนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะไม่มีใครถูกดำเนินคดี" เขากล่าวทิ้งท้าย