อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซ "เปิดแล้ว" แต่ข้อมูลการติดตามพบว่ามีเรือเพียงไม่กี่ลำที่ขยับ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, มีเรือเพียงไม่กี่ลำที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
    • Author, แคธริน อาร์มสตรอง
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาเปิดให้เรือพาณิชย์แล่นผ่านได้แล้ว แต่ก็กล่าวเสริมด้วยว่าเรือที่จะแล่นผ่านนั้นควรใช้ช่องทางปลอดภัยที่มีการกำหนดไว้ให้

ทางการอิหร่านได้ปิดช่องทางขนส่งน้ำมันหลักนี้ตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลร่วมกันโจมตีประเทศของพวกเขาเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เม.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะยังคงมีการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อไปจนกว่าทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แต่ก็บอกว่าการเปิดช่องแคบนับเป็น "วันที่ยอดเยี่ยมและสดใสสำหรับโลกใบนี้"

ด้านกลุ่มผู้เดินเรือบอกว่าพวกเขายังคงต้องตรวจสอบก่อนว่าการจะแล่นเรือผ่านช่องแคบจะปลอดภัยจริงหรือไม่ และข้อมูลจากระบบติดตามพบว่ามีเรือขยับเพียงเล็กน้อย

การประกาศของอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านมีขึ้นในวันศุกร์ (17 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนได้เต็มวัน

"จากการหยุดยิงในเลบานอน เส้นทางเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์ทั้งหมดในการจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยจะเปิดตลอดระยะเวลาของการหยุดยิง บนเส้นทางที่ได้มีการประสานงานกันตามที่มีการประกาศผ่านองค์กรท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" เขาระบุผ่านเอ็กซ์ (X)

ด้านสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านอ้างอิงคำพูดของ "เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง" ในเวลาต่อมาว่า เรือเหล่านี้จะต้องแล่นผ่าน "เส้นทางที่กำหนดไว้ให้" และการจะแล่นเรือทหารผ่านช่องแคบยังถือเป็น "สิ่งต้องห้าม"

คำกล่าวนี้น่าจะหมายถึงแผนที่และเส้นทางเดินเรือสองเส้นทางที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (IRGC) กำหนดไว้และมีการรายงานผ่านสื่ออิหร่านอย่างแพร่หลายเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

คำบรรยายภาพ, แผนที่ระบุหัวข้อว่า "เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ IRGC เผยแพร่" แสดงให้เห็นเส้นทางขนส่งสีแดงที่เคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านและโอมาน เส้นทางนี้จะผ่านเข้าใกล้กับเกาะเกชม์ (Qeshm) และเกาะลารัก (Larak) ของอิหร่าน โดยมีลูกศรแสดงเส้นทางขาเข้าและขาออก ส่วนพื้นที่ที่มีการแรเงาคือ "เขตอันตราย" (dangerous area)

สื่ออิหร่านบางสำนักวิจารณ์โพสต์ดังกล่าวของอารักชี เช่น สำนักข่าวทาสนิม ที่อยู่ภายใต้ IRGC บอกว่าเป็นโพสต์ที่ "แย่และไม่สมบูรณ์" พร้อมบอกว่าการเปิดเส้นทางดังกล่าวจะถือเป็น "โมฆะ" หากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือ ขณะที่สำนักข่าวอื่น ๆ เรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกมาอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายอิหร่านในการเจรจาครั้งล่าสุดกับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัด ระบุบนเอ็กซ์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ "กล่าวอ้างเจ็ดเรื่องในหนึ่งชั่วโมง ซึ่งทั้งเจ็ดข้อกล่าวอ้างล้วนเป็นเท็จ"

เขายังกล่าวถึงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซว่า เมื่อ "ยังมีการปิดล้อม [ของสหรัฐฯ] ต่อไป" ช่องแคบ "จะไม่เปิดต่อไปเช่นนี้"

อิหร่านเป็นพันธมิตรกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มทหารและการเมืองชาวมุสลิมลัทธิชีอะห์ที่มีฐานอยู่ทางตอนใต้ของเลบานอน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งการโจมตีของกลุ่มนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ และอิสราเอล ร่วมกันโจมตีอิหร่าน

ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางยุติสงครามจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปในช่วงสุดสัปดาห์ด้วย พร้อมกล่าวเสริมว่าเขาไม่คิดว่าจะมีความแตกต่างในเงื่อนไขอย่างมีนัยสำคัญมากเกินไปสำหรับทั้งสองฝ่าย

การเปิดเผยดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า จะไม่มีการย้ายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของประเทศไปยัง "ที่ใดก็ตาม ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม" โดยปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่ระบุว่าระบอบอิหร่านได้ตกลงจะส่งมันให้กับสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังบอกกับสำนักข่าวซีบีเอสนิวส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ด้วยว่า ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดินในการถอดถอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะดังกล่าว เขาบอกว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะ "ทำงานร่วมกันเพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จ"

"จากนั้นเราจะนำมันมาที่สหรัฐอเมริกา" เขากล่าว

โดยปกติแล้วมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของโลกที่ถูกขนส่งผ่านช่องแคบนี้ แต่จำนวนเรือที่ขนส่งแหล่งพลังงานเหล่านี้ลดลงไปมากในช่วงการสู้รบล่าสุด โดยอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรืออื่น ๆ รวมทั้งเตือนว่าพวกเขาได้วางทุ่นระเบิดเอาไว้ด้วย

การกระทำเช่นนี้ทำให้เศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือน ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง แม้ว่าต้นทุนราคาน้ำมันจะดิ่งลงแล้วในวันศุกร์ที่ผ่านมาภายหลังการประกาศของอารักชี แต่ก็ยังคงมีคำถามอยู่ว่าการประกาศดังกล่าวมีผลจริงหรือไม่ และการกลับมาเปิดช่องแคบให้ชั่วคราวจะหมายถึงการอนุญาตให้เรือผ่านได้จริง ๆ หรือไม่

"ผมอยากได้ความชัดเจนเพิ่มเติมสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ ว่าจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ สำหรับการเดินเรือ และมันจะเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ" อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ ผู้นำองค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มโอ (IMO) ระบุผ่านรายงานของบีบีซี เวิลด์ บิสซิเนส

IMO มีข้อมูลว่ามีเรือบางลำที่เริ่มแล่นแล้ว แต่ยังคงต้องตรวจสอบต่อ เพราะ "เรือบางลำปิดระบบระบุตัวตนของพวกเขาไว้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี" เขากล่าว

คอร์แมค แมคแกร์รี ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงทางทะเลของบริษัทที่ปรึกษา "คอนโทรล ริสก์ส" (Control Risks) ระบุว่าเขา "ไม่ได้มองสถานการณ์ว่าดีขึ้นไปกว่าเมื่อวานนี้" ในเรื่องการกลับมาเปิดช่องแคบ แม้ว่าอารักชีจะประกาศเช่นนั้น

เขาบอกกับรายการ "5 ไลฟ์ ไดรฟ์" (5 Live Drive) ของบีบีซี ว่าการประกาศดังกล่าว "โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" เมื่อภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดยังคงอยู่

"ตอนนี้ สถานการณ์สำหรับการขนส่งยังคงดูค่อนข้างมืดมนไปอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า" แมคแกร์รีกล่าว

ด้านเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสจะเป็นผู้นำภารกิจที่มีหลากหลายประเทศเข้ามาร่วมกันปกป้องเส้นทางการเดินเรือเชิงพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

สตาร์เมอร์กล่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่าง 49 ประเทศ โดยเขาเน้นย้ำว่าการทำงานครั้งนี้จะเป็นไป "โดยสันติภาพและในเชิงป้องกันอย่างเคร่งครัด" และมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการสู้รบในภูมิภาคดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น

คำบรรยายภาพ, แผนที่ช่องแคบฮอร์มุซ