"อเมริกาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายและผลงาน ทุบสถิติสุนทรพจน์ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

เวลาอ่าน: 11 นาที

"ชาติของเรากลับมาแล้ว" คือคำพูดแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวขณะเริ่มปราศัยสุนทรพจน์ เขาเสริมด้วยว่า สหรัฐฯ ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา

สุทรพจน์ของเขามีความยาวประมาณ 1.48 ชม. ซึ่งยาวที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของสหรัฐฯ

การแถลงนโยบายประจำปี เป็นการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญของประธานาธิบดีต่อสภาคองเกรส ถึงแนวนโยบายในปีที่จะมาถึง และเน้นย้ำถึงความสำเร็จที่ได้กระทำเพื่อชาวสหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การแถลงนโยบายประจำปีของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในปฏิทินการเมือง ทั้งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการโต้ตอบจากฝ่ายค้านอยู่เสมอ

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตหลายสิบคนไม่เข้าร่วมในงานแถลงนโยบายครั้งนี้เพื่อเป็นการประท้วงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์

"อเมริกาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"

ที่มาของภาพ, Getty Images

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มกล่าวถึงความสำเร็จและนโยบายด้านเศรษฐกิจและสงคราม ว่าเขาได้รับมรดกสถานการณ์ที่เลวร้ายมาจากรัฐบาลชุดก่อน แต่หลังจากที่รัฐบาลของเขาทำงานมาหนึ่งปี ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขาได้ "สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน" เขาเรียกมันว่าเป็น "การพลิกผันครั้งสำคัญแห่งยุคสมัย"

ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า เศรษฐกิจ "กำลังเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"

จากนั้น เสียงตะโกนคำว่า "ยูเอสเอ" (USA) ก็ดังขึ้นจากกลุ่มผู้ฟังในสภา ราวกับเป็นการพยายามกลบเสียงคนที่ตะโกนคัดค้าน

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า วันนี้ชายแดนสหรัฐฯ "ปลอดภัย ศัตรูหวาดกลัว[สหรัฐฯ] ทหารและตำรวจมีความเพรียบพร้อม อเมริกากลับมาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"

ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงผลงานด้านการจัดการผู้อพยพ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในการหาเสียงของเขา โดยทรัมป์ยกย่องความคืบหน้าที่เขาบอกว่ารัฐบาลของเขาได้ทำในการยับยั้งการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและการลักลอบนำยาเฟนทานิลข้ามพรมแดน

"หลังจากสี่ปีที่ชาวต่างชาติผิดกฎหมายหลายล้านคนหลั่งไหลข้ามพรมแดนของเราอย่างไม่หยุดยั้งโดยไม่มีการตรวจสอบใด ๆ ตอนนี้เรามีพรมแดนที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาแล้ว" เขากล่าว

"การหลั่งไหลของยาเฟนทานิลที่อันตรายข้ามพรมแดนของเราเข้ามา ลดลงถึง 56% ในหนึ่งปี ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด" ทรัมป์กล่าวอ้าง พร้อมเสริมด้วยว่า การข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายบริเวณพรมแดน สหรัฐฯ-เม็กซิโก ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว

ทรัมป์อ้างอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่าห้าปี

ในสุนทรพจน์ ทรัมป์ยังยกย่องความสำเร็จทางเศรษฐกิจของเขาด้วย

เขาเน้นย้ำไปที่อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง และคำกล่าวอ้างที่ว่า โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดี เป็นผู้ที่บริหารงานจนทำให้เกิด "อัตราเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ" แต่อันที่จริงแล้ว ในอดีตก่อนหน้านี้มีช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าในช่วงรัฐบาลไบเดน

"แต่ใน 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของผมได้ลดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี" ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรส

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นี้ยังกล่าวเสริมอีกว่า "ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลถึง 53 ครั้งนับตั้งแต่การเลือกตั้ง"

เขาอ้างว่ารัฐบาลของเขาสามารถดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 560 ล้านล้านบาท) ภายในปีแรกของการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของรัฐบาลทรัมป์

แต่ไม่มีหลักฐานใดที่เปิดเผยต่อสาธารณะที่สามารถใช้ยืนยันตัวเลขที่สูงขนาดนี้ได้

ทั้งนี้ ทรัมป์มักใช้ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการประเมินสุขภาพของเศรษฐกิจ แต่ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันจำนวนมากไม่พอใจกับทิศทางของเศรษฐกิจภายใต้การบริหารของทรัมป์

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

ทรัมป์ยืนหยัดในนโยบายขึ้นอัตราภาษีศุลกากร แม้ถูกศาลสูงสหรัฐฯ ตีตก

คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ที่ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตจากกรณีที่เขาประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากเกือบทั่วทั้งโลกเมื่อปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในวาระที่สองของเขา

ทรัมป์กล่าวว่า คำตัดสินล่าสุดของศาลสูงนั้น "น่าผิดหวัง" และเป็นเรื่องที่ "โชคไม่ดี" เขากล่าวขณะกวาดสายตาไปมองผู้พิพากษา 4 ใน 9 คน ที่นั่งอยู่ในสภาคองเกรสขณะนั้น

แต่ในค่ำคืนของการกล่าวสุนทรพจน์นี้ ทรัมป์กลับมองว่าคำตัดสินนี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อย พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะหาหนทางอื่นเพื่อดำเนินนโยบายภาษีต่อไป

เขาระบุว่าภาษีนำเข้า "จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปภายใต้สถานะทางกฎหมายทางเลือกที่ได้รับการอนุมัติและทดสอบอย่างเต็มที่แล้ว"

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสภาคองเกรส อัตราภาษี 15% ที่เขาบังคับใช้หลังจากคำตัดสินของศาลสูง จะหมดอายุในอีก 150 วัน หากสภาคองเกรสไม่ขยายเวลาออกไป

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, (จากซ้ายไปขวา) ประธานศาลสูงสหรัฐฯ จอห์น โรเบิร์ตส์, ผู้พิพากษาศาลสูง เอเลนา คาแกน และผู้พิพากษาศาลสูง เบรตต์ คาวานอห์ มองดูประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่เขาเดินทางมาถึงเพื่อกล่าวสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปี ในห้องประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2026

ทั้งนี้ บีบีซีเวริฟายตรวจสอบพบว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงาน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือน ม.ค. 2026 ลดลง 3% จากในเดือน ม.ค. 2025

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมาย ที่กำหนดโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งคือ 2%

ทรัมป์อ้าง ตนยุติสงครามไปแล้วแปดครั้ง

ในช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ ทรัมป์ย้ำคำกล่าวอ้างของเขาอีกครั้งว่าตนได้ยุติสงครามไปแล้ว 8 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มต้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แต่บีบีซี เวริฟายเคยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยสงครามทั้ง 8 ครั้ง ตามที่ทำเนียบขาวระบุ ได้แก่ สงครามระหว่าง:

  • อิสราเอลและฮามาส
  • อิสราเอลและอิหร่าน
  • ปากีสถานและอินเดีย
  • รวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
  • ไทยและกัมพูชา
  • อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน
  • อียิปต์และเอธิโอเปีย
  • เซอร์เบียและโคโซโว

ทั้งนี้ อาจเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ประธานาธิบดีจะอ้างความดีความชอบในการช่วยไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส แต่สำหรับความขัดแย้งอื่น ๆ บางความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

ในกรณีหนึ่ง "สงคราม" ระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปียเป็นเพียงข้อพิพาทเกี่ยวกับการสร้างเขื่อน และไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นจริง

"สงครามต่อต้านการฉ้อโกง"

ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ จะเป็นผู้นำ "สงครามต่อต้านการฉ้อโกง"

เขากล่าวว่ามี "การทุจริตที่กำลังปล้นอเมริกา" ในสี่รัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต ได้แก่ มินนิโซตา แคลิฟอร์เนีย แมสซาชูเซตส์ และเมน พร้อมเสริมว่าการปราบปรามของแวนซ์มีผลบังคับใช้มาแล้วสี่เดือน และเสริมว่า "หากเราสามารถค้นพบการคอร์รัปชันเหล่านั้นได้มากพอ เราจะมีงบประมาณที่สมดุลได้ในชั่วข้ามคืน"

อย่างไรก็ตาม อิลฮาน โอมาร์ สมาชิกพรรคเดโมแครตจากมินนิโซตา ซึ่งเป็นชาวโซมาลี-อเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาคองเกรส ตะโกนว่าทรัมป์เป็นคนโกหก ขณะที่เขากล่าวสุนทรพจน์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย "Save America Act" (อาจแปลเป็นไทยได้ว่า ร่างกฎหมายปกป้องอเมริกา) ซึ่งจะกำหนดให้ประชาชนต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมืองเมื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง เนื่องจากใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ แล้ว

ทรัมป์ระบุว่ากฎหมายนี้จะปกป้องการโกงการเลือกตั้งที่ "แพร่หลาย"

"เหตุผลที่พวกเขา (พรรคเดโมแครต) ไม่ต้องการทำ... [ก็เพราะ] พวกเขาต้องการโกง" ทรัมป์กล่าว

โดยพรรคเดโมแครตอ้างว่า กฎหมายนี้อาจขัดขวางพลเมืองที่เปลี่ยนชื่อและคนอื่น ๆ จากการลงคะแนนเสียง

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, อิลฮาน โอมาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต รัฐมินนิโซตา และ ราชีดา ทลาอิบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต รัฐมิชิแกน ตะโกนโต้แย้งขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2026

ทรัมป์กล่าวถึงปฏิบัติการต่าง ๆ และเตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์ต่อ

ทรัมป์ได้กล่าวถึงอิหร่านด้วยในสุทรพจน์ของเขา โดยกล่าวอ้างถึงปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ (Operation Midnight Hammer)" ที่มุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

"หลังจากปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ พวกเขาได้รับการเตือนแล้วว่าต้องหยุดความพยายามในการสร้างโครงการอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ในอนาคต แต่พวกเขาก็ยังคงทำต่อไป และในขณะนี้ [อิหร่าน] กำลังดำเนินการตามแผนการนิวเคลียร์ที่ชั่วร้ายอีกครั้ง" ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์เสริมด้วยว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์

เขายังชื่นชมการโจมตีเรือลักลอบขนยาเสพติดในน่านน้ำนอกชายฝั่งอเมริกาใต้ด้วย ซึ่งเขากล่าวว่าช่วยหยุดยั้งยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในสหรัฐฯ รวมถึงปฏิบัติการการจับกุม นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อเดือนที่แล้วด้วย

ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้ยุติการปกครองของ "เผด็จการนอกกฎหมาย"

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

"มีหลายอย่างที่เขากำลังทำให้แย่ลง" ตัวแทนพรรคเดโมแครตแถลงโต้ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต กล่าวตอบโต้สุนทรพจน์แถลงนโยบายและผลงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. 2026

หลังจบสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ในนามของพรรคเดโมแครต ได้ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายประเด็น

เธอกล่าวว่าเธอมีคำถามสามข้อสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้แก่ "ประธานาธิบดีกำลังทำงานเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่ ? เขากำลังทำงานเพื่อรักษาความปลอดภัยของชาวอเมริกันทั้งในและต่างประเทศหรือไม่ ? ประธานาธิบดีกำลังทำงานเพื่อคุณหรือไม่ ?"

เธอกล่าวว่าคำตอบสำหรับทั้งสามข้อคือ เขาไม่ได้ทำ พร้อมบอกด้วยว่าสุนทรพจน์ของทรัมป์ เต็มไปด้วยคำโกหก

"เขาโกหก เขาโยนความผิดให้ผู้อื่น และเขาเบี่ยงเบนความสนใจ และเขาไม่ได้เสนอทางออกที่แท้จริงสำหรับความท้าทายเร่งด่วนของประเทศชาติ ซึ่งมีหลายอย่างที่เขากำลังทำให้แย่ลง" เธอบอ โดยสแปนเบอร์เกอร์ หมายถึงการปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์

เธอกล่าวว่าทรัมป์ได้ทำลายชื่อเสียงระดับโลกของอเมริกาในฐานะพลังแห่งความดี และบอกด้วยว่า เขาไม่ได้รักษาความปลอดภัยให้กับชาวอเมริกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ สุนทรพจน์ของเธอจบลงในเวลาไม่ถึง 15 นาที