ทรัมป์ชะลอโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอิหร่าน เป็นไปเพื่อเจรจาทางการทูตหรือเตรียมยกระดับการโจมตี ?
ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
- Author, เจมส์ แลนเดล
- Role, ผู้สื่อข่าวด้านการทูตบีบีซี
- เวลาอ่าน: 5 นาที
การตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการระงับการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป 10 วัน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความขัดแย้งครั้งนี้ที่กินระยะเวลามาเกือบจะ 4 สัปดาห์แล้ว
คำมั่นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับเส้นตายมีความลื่นไหลไม่มีความแน่นอน ซึ่งนี่เป็นการขยายเวลาครั้งที่สองของการขู่ในลักษณะนี้ แต่ทรัมป์ก็ยังใช้วิธีการเช่นนี้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น การส่งสัญญาณ การเบี่ยงเบนความสนใจ หรือการซื้อเวลา
หากพิจารณาคำมั่นล่าสุดของทรัมป์ที่จะยับยังการ "ทำลาย" โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งใหญ่ และอาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่านต่อโครงสร้างด้านพลังงานของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย อีกทั้งยังทำให้โอกาสเกิดสันติภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกลดลง อาจเป็นไปได้ว่าเขาต้องการทำให้ตลาดระหว่างประเทศสงบลงอีกครั้งจากการชะลอครั้งนี้ โดยที่หลายคนก็สังเกตเห็นว่าการระงับการโจมตีครั้งล่าสุดถูกประกาศเพียงไม่กี่นาทีหลังจากตลาดซื้อขายบนวอลล์สตรีทปิดทำการ
ประธานาธิบดีทรัมป์อาจมีความหวังว่าแวดวงการเงินโลกจะเชื่อถ้อยคำในเชิงบวกของเขาว่ายังมีโอกาสของการแก้ปัญหาทางการทูต
แน่นอนว่าการซื้อเวลาออกไปอีก 10 วันจะทำให้ทำเนียบขาวหาทางออกทางการเมืองจากหลุมพรางทางยุทธศาสตร์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้
การเจรจาทางการทูตได้เกิดขึ้นแล้ว สารและข้อความต่าง ๆ ได้ถูกแลกเปลี่ยนระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านผ่านตัวกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากีสถาน
ทั้งสองฝ่ายอาจกำลังเสนอข้อเรียกร้องแบบเต็มขั้นซึ่งยากจะประนีประนอมกันได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการพบกันในปากีสถาน
บรรดานักการทูตกล่าวว่าความคาดหวังต่อการเจรจาอยู่ในระดับต่ำ
"มันมีกลลวงและเรื่องที่ไม่เป็นความจริงอยู่มากมาย" นักการทูตคนหนึ่งกล่าวและชี้ว่า "มีข้อสงสัยว่าช่องทางการสื่อสารที่เชื่อถือได้และพอจะแบ่งเบาสถานการณ์ได้นั้นจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่" แต่จนถึงขณะนี้ประธานาธิบดีหสรัฐฯ ยืนกรานว่าการเจรจากำลังดำเนินอยู่และเป็นไปด้วยดี
อย่างไรก็ตาม การเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังเป็นการให้เวลาสหรัฐฯ ได้มีเวลาเตรียมตัวโจมตีเป้าหมายนี้ และอาจรวมถึงการโจมตีอื่น ๆ ด้วย
ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่าลืมว่ากองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐประมาณ 2,000 นายกำลังอยู่ระหว่างเดินทางจากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางแล้ว นอกจากนี้ ทหารราบชูชีพสหรัฐฯ อีกหลายพันนายจากแคลิฟอร์เนียกำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธจะให้ความเห็นต่อรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่รายงานว่าอาจมีการส่งทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีก 10,000 นาย
กองกำลังทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการรวมพล ซึ่งทรัมป์เองก็เพิ่งซื้อเวลานี้ให้ตัวเขาเอง
แต่เป้าหมายทั้งหมดคืออะไร ? ประธานาธิบดีกำลังสร้างทางเลือกทางทหารให้ตัวเองอยู่หรือไม่ หรือว่าจริง ๆ แล้วทรัมป์กำลังวางแผนเพื่อที่จะบุกภาคพื้นดินไปยังสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ในหลาย ๆ จุดหรือไม่ หรือเขากำลังพยายามที่จะส่งสารถึงกลุ่มผู้นำอิหร่านว่าพวกเขาควรจะยอมตกลงหรือเผชิญกับผลร้ายที่จะตามมา ?
"หากพวกเขาไม่ [ยอมทำข้อตกลง] เราจะกลายเป็นฝันร้ายที่แย่ยิ่งกว่าของพวกเขา" ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (26 มี.ค.) "เราจะยังคงโจมตีพวกเขาต่อไป"
ไม่ว่าจุดประสงค์อะไรก็ตามที่ทรัมป์ตั้งใจ การระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นการชั่วคราวของเขา ก็เป็นไปเพื่อรักษาสถานภาพเดิมในระยะสั้นเท่านั้น
นั่นหมายความว่าการโจมตีต่อเป้าหมายทางการทหารเช่นที่เกิดขึ้นอยู่นี้ก็จะดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการตอบโต้ของอิหร่าน และช่องแคบฮอร์มุซก็จะยังคงถูกปิดไม่ให้เรือพาณิชย์ส่วนใหญ่ผ่านได้
นี่คือสิ่งที่เส้นตายของโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งหมายอยู่แล้ว นั่นคือผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่เปิดเส้นทางทะเลของช่องแคบฮอร์มุซ และการขยายเวลาดังกล่าวก็ทำให้อิหร่านสามารถยังคงจำกัดการผ่านของเรือในช่องแคบได้อีกสิบวัน
สงครามที่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการเจรจาการเปลี่ยนแปลงระบอบอิหร่านและการปลดอาวุธของอิหร่าน ตอนนี้กลับกลายเป็นคำถามเกี่ยวกับว่าใครจะควบคุมน่านน้ำแคบ ๆ ที่เศรษฐกิจโลกพึ่งพาอยู่
ข่าวเด่น
เรื่องน่าสนใจ
บทความยอดนิยม
ไม่มีเนื้อหานี้