ชายแดนใต้: การเลือก 'พูดคุยในทางลับ' โดยไม่เปิดโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ นำมาสู่ความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนหรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปลอกกระสุนในเหตุปะทะและวางระเบิดที่ว่าการอำเภอสุไหง-โกลก เมื่อวันที่ 9 มี.ค.
เวลาอ่าน: 3 นาที

เริ่มต้นช่วงถือศีลอดได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น พบว่าเหตุรุนแรงกลับปะทุขึ้นหลายจุดในพื้นที่ชายแดนใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บมากกว่าสิบคน

ล่าสุด เกิดเหตุยิงปะทะและลอบวางระเบิดหลายจุดใน จ.นราธิวาส ช่วงกลางคืนของวันที่ 8 มี.ค. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 9 คน โดยในจำนวนนี้มีพลเรือนด้วย

ทั้งนี้ พบว่าที่ว่าการอำเภอสุไหง-โกลก ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากแรงระเบิด ซึ่งผู้ก่อเหตุในชุดดำร่วมสิบคน ขับรถเก๋งและรถกระบะเข้ามายังพื้นที่เกิดเหตุและเปิดฉากยิงจู่โจม ก่อนจอดรถเก๋งที่คาดว่ามีระเบิดไว้หน้าที่ว่าการอำเภอ จากนั้นจุดชนวนระเบิดก่อนหลบหนีไป

ในคืนวันเดียวกัน พื้นที่หมู่ 3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ก็พบเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ส่งผลให้อาสาทหารพราน 1 นาย พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 ราย ถึงแก่ชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 1 รายซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วยเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ก็เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมจำนวน 2 ลูก เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในป้อมตำรวจบนถนนพาดรถไฟ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา แต่ระเบิดกลับตกกลางถนน ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หอประชุมและที่ว่าการอำเภอสุไหง-โกลก ได้รับความเสียหายจากระเบิดคาร์บอมบ์

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อเหตุลอบยิงและการลอบวางระเบิดหลายจุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 แสดงความเสียใจกับครอบครัว เจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งการให้เร่งคลี่คลายสถานการณ์

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เชื่อว่าเหตุรุนแรงเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือ บีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional - BRN) ซึ่ง "สะท้อนถึงความไม่เคารพต่อความปรารถนาในสันติสุขของประชาชน ตลอดจนการละเมิดกฎหมายและทำลายความสงบเรียบร้อย"

อย่างไรก็ดี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ยังไม่สามารถด่วนสรุปกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากถึงแม้ว่าบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มหลัก ๆ ที่มีศักยภาพด้านกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ แต่ช่วงหลังก็พบว่ามีกลุ่มอื่น ๆ ที่มีศักยภาพก่อเหตุลักษณะเดียวกัน เช่น กลุ่มองค์การปลดปล่อยสหปาตานี หรือ พูโล (PULO)

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ศรีสมภพ ชี้ให้เห็นด้วยว่า โดยทั่วไปแล้วเหตุรุนแรงจะเกิดขึ้นในช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน แต่ในปีนี้กลับพบเหตุความรุนแรงตั้งแต่ช่วงแรกของเดือนถือศีลอด ซึ่งเขามองว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ "มีความผิดปกติ"

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสันติศึกษา เห็นว่ามีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีในลักษณะประสานกันหลาย ๆ จุดพร้อมกัน, มีพื้นที่ปฏิบัติการกว้างขวาง, การเลือกจุดปฏิบัติการในที่ว่าการอำเภอและพื้นที่เมือง, ไปจนถึงการพุ่งเป้าหมายไปที่การทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายพลเรือน เช่น อส. เป็นต้น

"คล้าย ๆ กับว่ามีการวางแผนให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน เพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง" ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว

ความชะงักงันของกระบวนการพูดคุยสันติสุข ท่ามกลาง "ประชาชนเป็นตัวประกัน"

น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ผู้ก่อตั้งสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ ออกมาเรียกร้องขอให้รัฐบาลไทยตั้งคณะพูดคุยสันติสุขโดยเร็ว เนื่องจากเธอมองว่าความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในช่วงถือศีลนี้ เกิดจากกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้บรรยากาศสุญญากาศ เนื่องจาก น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี ยังไม่แต่งตั้งคณะพูดคุยฝ่ายไทย ทั้งที่ทางบีอาร์เอ็น และมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวก ต่างต้องการให้การพูดคุยกลับมายังโต๊ะเจรจาอีกครั้ง

ทั้งนี้ คณะพูดคุยชุดล่าสุดของไทยมีขึ้นในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แต่ได้สิ้นสุดลงไปหลังนายเศรษฐาถูกถอดถอนออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี

เธอกล่าวว่า ช่วงรอมฎอนถือเป็นเดือนประเสริฐที่ชาวมุสลิมจะให้ความสำคัญกับวัตรปฏิบัติทางศาสนาเป็นหลัก "แต่ในขณะเดียวกันทางบีอาร์เอ็นเขาก็มีการเผยแพร่แนวทางการต่อสู้ในอีกทางหนึ่ง โดยระบุว่าการต่อสู้ในเดือนรอมฎอน ไม่ได้มีแค่การถือศีลอดเท่านั้น แต่การต่อสู้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในเดือนรอมฎอน ทำให้เคยมีสถิติว่าเดือนรอมฎอนเป็นช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงมากที่สุด"

ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยเคยมีข้อตกลงหยุดยิงในช่วงรอมฎอนปี 2556 และปี 2565 โดยทั้งสองครั้งเป็นการทำข้อตกลงระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น ซึ่งผลจากการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทำให้เหตุรุนแรงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทว่าในช่วงหยุดยิงปี 2565 เกิดเหตุลอบวางระเบิดที่ทางกลุ่มพูโล G5 ออกมายอมรับว่าเป็นฝีมือของตนเอง ซึ่งในตอนนั้นฝ่ายไทยไม่ได้มีข้อตกลงร่วมกันกับกลุ่มนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รอยกระสุนบนตู้ ATM ที่ว่าการอำเภอสุไหง-โกลก

ถึงแม้กรณีล่าสุดทำให้เห็นว่าแนวร่วมในพื้นที่เปิดปฏิบัติการพุ่งเป้าไปที่การทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ น.ส.อัญชนา บอกว่า "ผลกระทบในตอนนี้เกิดขึ้นกับประชาชน ไม่ต่างจากการให้ประชาชนเป็นตัวประกัน" เนื่องจากเหตุรุนแรงเกิดในที่สาธารณะซึ่งมีพลเรือนอยู่ด้วย

เธอกล่าวต่อว่า "ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย แล้วปฏิบัติการที่เข้าสู่ใจกลางเมืองมากขึ้น ก็สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการป้องกันของรัฐไม่สามารถปกป้องประชาชนได้เลย" ท่ามกลางกระบวนการสันติภาพที่ชะงักลง หลัง น.ส.แพทองธาร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้กว่า 6 เดือน

"ทางบีอาร์เอ็นสื่อสารมาตลอดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ก่อนที่คุณทักษิณ [ชินวัตร] และคุณแพทองธารจะไปพบคุณอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถ้าจำไม่ผิด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ทางบีอาร์เอ็นก็การแถลงว่าจะยิ่งใช้ความรุนแรง หากรัฐไม่มีความจริงใจในการเจรจา หรือดำเนินการล่าช้า แล้วพอมาประมาณ ก.พ. ปีนี้ เราก็เห็นเพจเฟซบุ๊กไอโอ (Information operation – IO) ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของขบวนการ ก็ออกมาประสานเสียงว่าจะใช้ความรุนแรงเช่นกัน" ผู้ก่อตั้งสมาคมด้วยใจฯ กล่าว

ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวว่า สาเหตุที่ทางฝ่ายไทยยังไม่แต่งตั้งคณะพูดคุย อาจเป็นเพราะต้องการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการพูดคุยบางอย่าง ซึ่งเข้าใจกันว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวอาจทำให้ฝั่งบีอาร์เอ็นไม่พอใจ

เขาอธิบายว่าที่ผ่านมากระบวนการพูดคุยสันติสุขซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเนื่องมาจนถึงคณะพูดคุยของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ต่างดำเนินการดันแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม หรือ เจซีพีพี (Joint Comprehensive Plan towards Peace - JCPP) ซึ่งมี 3 ใจความสำคัญหลัก ได้แก่ การลดความรุนแรงในพื้นที่ การมีเวทีปรึกษาหารือกับประชาชน และการแสวงหาทางออกทางการเมือง

แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลปัจจุบันมองว่านี่ไม่ใช่แผนที่ดีสำหรับการหาทางออกในพื้นที่อีกต่อไปแล้ว

"รัฐบาลนี้อาจประเมินว่าหากพูดคุยต่อไป รัฏฐาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบกลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายในโต๊ะพูดคุย เป็นความเสียเปรียบทางการเมือง ทำให้สถานะอีกฝ่ายเท่าเทียมกับรัฐไทย" ผศ.ดร.ศรีสมภพ บอก

"พอจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขตรงนี้ อีกฝ่ายก็เลยเลือกตอบโต้ด้วยความรุนแรง" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รัฐบาลไทยยืนยันว่ากำลังแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยใช้การเมืองนำการทหาร

ด้าน น.ส.อัญชนา มองว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รอมฎอนปีนี้เกิดเหตุรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นของการถือศีลอด เป็นเพราะทางฝ่ายไทยติดต่อกับหัวหน้าคณะอำนวยความสะดวกของมาเลเซีย เพื่อสื่อสารไปยังบีอาร์เอ็นว่าหากมีความจริงใจต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข ก็ต้องควบคุมไม่ให้เกิดเหตุช่วงรอมฎอน ไม่เช่นนั้นทางฝ่ายไทยจะไม่แต่งตั้งคณะพูดคุย ซึ่งเธอมองว่าเป็นการส่งสารจากรัฐบาลไทยที่ไม่สมควรเกิดขึ้น เนื่องจากไปกระตุ้นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

"เราต้องยอมรับว่าเครื่องมือเดียวที่เขาใช้เพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองหรือกดดันการเจรจา ก็คือการใช้ความรุนแรง แต่ที่ผ่านมามันมีเครื่องมือทางออกอื่นที่เข้ามาช่วย control (ควบคุม) ความรุนแรงก็เลยลดลง แต่ในเมื่อตอนนี้มันไม่มีทางออกอื่น เขาก็กลับมาใช้ความรุนแรงต่อ"

วันนี้ (10 มี.ค.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนเองเคยบอกว่าขอให้ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเดือนรอมฎอน เพราะหากมีเหตุเกิดขึ้น ถือว่าชุดเจรจาเก่าไม่สามารถเป็นตัวแทนในคณะพูดคุยได้จริง

"สิ่งที่เราพูดชัดเจนต่อสาธารณะ ขอให้ยุติสักช่วงหนึ่ง หากสามารถยุติได้ช่วงหนึ่ง แสดงว่าต้องการที่จะเจรจา" รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าว "ขณะนี้มีการติดต่อไว้หลายส่วน เพราะไม่แน่ใจว่าใครคือตัวจริงที่จะเจรจา แต่ยังไม่ได้หยุด และเราเดินหลายทางอยู่ พยายามเช็คให้แน่นอน"

ด้าน น.ส.อัญชนา มองว่า ที่ผ่านมากระบวนการพูดคุยสันติสุขไม่ได้มีปัญหาเรื่องการพูดคุยไม่ถูกคนหรือไม่ได้พูดคุยกับตัวจริง

"แต่การที่คุณจะนำการเจรจาไปสู่ผู้นำของกลุ่มบีอาร์เอ็นตัวจริงได้ มันยังไม่ถึง" เธอบอก "เขาคงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนผู้นำของเขา จนกว่าจะได้ final agreement (ข้อตกลงสุดท้าย)"

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการพูดคุยที่ผ่านมาต่างมีประเด็นเรื่องความไว้วางใจมาโดยตลอด ซึ่งทำให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขมีความเปราะบางเสมอมา

เสียงเตือน การเจรจาหลังฉากจะผลักให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายภูมิธรรมว่าจะมีการเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยจากเดิมที่เป็นนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือไม่ เขาตอบว่าการตั้งคณะพูดคุยไม่ยาก "แต่ตั้งให้ถูกคนนั้นยาก" พร้อมกับบอกว่าไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้

"เมื่อสักครู่เพิ่งได้รับรายงาน และแจ้งกลับไปว่าขอให้เดินหน้าพูดคุยกับภาคส่วนต่าง ๆ ต่อ โดยเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการว่าใช่คนที่เราจะคุยต่อหรือไม่ รัฐบาลเต็มที่ที่จะเจรจา พยายามอย่างเต็มที่ในการเจรจา" นายภูมิธรรมบอกกับสื่อ ซึ่งเผยให้เห็นว่าแม้ไทยไม่ได้แต่งตั้งคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการ แต่การพูดคุยหลังฉากกับฝ่ายต่าง ๆ ยังเดินหน้าต่อ

ผศ.ดร.ศรีสมภพ ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้กำลังดำเนินการเจรจาในลักษณะไม่เปิดเผย แต่อาศัยการตกลงแบบลับ ๆ เป็นรายบุคคล รายกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่

"ไม่เหมือนการพูดคุยที่ผ่านมาซึ่งมีแพลตฟอร์ม (platform) ที่เป็นทางการ มีสักขีพยาน มีประเทศที่สามอย่างมาเลเซียมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือมีผู้สังเกตการณ์นานาชาติมาช่วยดู ซึ่งจะได้ข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เปิดเผย ชัดเจน แต่รัฐบาลไม่เอาเงื่อนไขหรือแพลตฟอร์มที่เป็นทางการแบบนี้อีกแล้ว แต่ทำเป็น secret talk (พูดคุยในทางลับ) individual talk (พูดคุยเป็นรายบุคคล) โดยไม่เป็นทางการ เพื่อจะได้ลดทอนสถานะของคู่เจรจาลงไป เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการพูดคุยแบบเสมอภาคกัน" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, ANWAR IBRAHIM

คำบรรยายภาพ, 18 ก.พ. 2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ร่วมเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ สุลต่านแห่งบรูไน เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของอาเซียน

นายทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนโดยนายอันวาร์ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งทราบกันดีว่ามีความกระตือรือร้นอย่างมากที่จะเป็นตัวกลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้

ด้านตัวนายทักษิณเองก็เดินทางมายังจังหวัดชายแดนใต้เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมกับประกาศด้วยความมั่นใจว่าปัญหาไฟใต้จะจบลงในปี 2570 หลังจากนั้นองคาพยพในฝั่งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นท่าทีของรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือ สมช. ก็ตอบรับในทิศทางเดียวกันว่าจะยุติปัญหาภาคใต้ให้ได้ตามไทม์ไลน์ที่นายทักษิณว่าไว้

น.ส. อัญชนา ตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.แพทองธาร ผู้เป็นลูกสาวและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะปล่อยให้ผู้เป็นพ่อดำเนินบทบาทหลังฉาก แทนที่จะประกาศให้เป็นเจตจำนงทางการเมือง

การหารือผ่านโทรศัพท์ระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ นายอันวาร์ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายกรัฐมนตรีหญิงของไทยสื่อสารผ่านช่องทางสาธารณะต่าง ๆ ว่าเป็นการพูดคุยเรื่องความร่วมมือแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำโก-ลก เท่านั้น

ทว่า นายอันวาร์ กลับระบุในโพสต์เฟซบุ๊กของเขาว่ามีการหารือเรื่องกระบวนการพูดคุยสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ และการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ด้วย

"มันสะท้อนให้เห็นว่า คุณอุ๊งอิ๊งไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ในนามรัฐบาล ไม่ได้มีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" น.ส.อัญชนา กล่าว "ในขณะที่คุณทักษิณก็พูดบอกว่าจะจบปัญหาภายในปี 2570 ซึ่งมันก็ไปกระทบกับบีอาร์เอ็น แล้วเขาจะตอบโต้อย่างไร ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ของไทยลาดตระเวนตามพื้นที่เสี่ยงในปัตตานี

ด้าน ผศ.ดร.ศรีสมภพ บอกว่าการอาศัยการพูดคุยหลังฉากเป็นรายกลุ่ม รายบุคคล อย่างที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่นั้น ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า "คุยถูกคนหรือเปล่า คุยทั่วถึงทุกกลุ่มหรือไม่" เพราะถึงแม้ว่าไม่ใช่แนวร่วมทุกกลุ่มได้อยู่บนโต๊ะเจรจา แต่พวกเขาต่างคาดหวังว่าจะได้เห็นกระบวนการสร้างสันติภาพเกิดขึ้นในพื้นที่นี้

"มันก็มีการพูดกันว่าเป็นการพูดคุยเพื่อให้แต่ละกลุ่มเขาแตกกันหรือเปล่า ด้วยการคุยกับคนนั้น แต่ไม่คุยกับคนนี้ มันก็ถูกมองว่าไม่เป็นเจตนาที่ดีทางการเมือง มันก็เสี่ยงที่จะทำให้เสียความชอบธรรม เพราะฉะนั้น มันก็จะเกิดปฏิบัติการจากกลุ่มที่ไม่ได้รับการพูดคุย เพราะแต่ละกลุ่มก็มีกองกำลังเป็นของตัวเอง ความรุนแรงมันก็ไม่จบ และนี่คือปัญหาและอุปสรรคที่กำลังเกิดขึ้น"

อาจารย์จากสถาบันสันติภาพมองว่ารัฐบาลต้องเจอกับสิ่งท้าทายที่ยังไม่รู้อีกมาก หากการพูดคุยในทางลับยังดำเนินการเช่นนี้ต่อ

"แต่เรารู้แล้วว่าหนึ่งในสิ่งท้าทายเหล่านั้น คือเหตุรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้" เขากล่าว