ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มฮูตีต่อการขนส่งทางทะเลในทะเลแดง อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น

Houthi loyalists chant slogans as they participate in a protest staged to show support to Iran in Sanaa

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, เซบาสเตียน อัชเชอร์
    • Role, นักวิเคราะห์ตะวันออกกลาง
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

กลุ่มกบฏฮูตีงดเว้นการยิงในช่วง 4 สัปดาห์แรกของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่านก็ตาม

ขณะนี้กองกำลังติดอาวุธที่ยังคงยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมถึงภาคเหนือและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ เริ่มเคลื่อนไหวครั้งแรกด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังอิสราเอล

กลุ่มฮูตีกล่าวว่า เป้าหมายของพวกเขาคือ "สถานที่สำคัญทางทหารของอิสราเอล"

มันเป็นความจริงที่ว่าภัยคุกคามที่กลุ่มฮูตีสร้างขึ้นต่ออิสราเอลผ่านการยิงขีปนาวุธนั้นน้อยกว่าภัยคุกคามจากอิหร่านมาก

กลุ่มดังกล่าวได้ยิงโจมตีอิสราเอลหลายครั้งเพื่อสนับสนุนฮามาสหลังจากเกิดสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023

แต่การโจมตีเหล่านั้น ซึ่งยุติลงไปหลายเดือนแล้ว ไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงใด ๆ ให้กับอิสราเอลมากนัก

กลุ่มฮูตีเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่ามากในบริเวณนอกชายฝั่งเยเมน

เพื่อเป็นการสนับสนุนกลุ่มฮามาส กลุ่มดังกล่าวได้โจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบบับอัลมันดับทางตอนใต้ของทะเลแดง ซึ่งอยู่ระหว่างเยเมนและแอฟริกาตะวันออก

การกระทำของพวกเขาส่งผลให้เส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่สำคัญนั้นตกอยู่ในอันตราย

หากพวกเขากระทำเช่นนั้นอีก มันจะเป็นการสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

เมื่อผนวกกับการที่อิหร่านเกือบจะปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์หลัก 2 แห่งของโลกสำหรับการค้าและการขนส่งพลังงานอาจถูกตัดขาดได้

กลุ่มฮูตีอาจกำหนดเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและทางทหารในประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับที่เคยทำมาก่อน

เมื่อกลุ่มฮูตีดำเนินการเช่นนี้มาก่อน พวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้นำและศักยภาพทางทหารของกลุ่ม

แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มฮูตีจะผ่านพ้นเรื่องนั้นมาได้แล้ว คำถาม ณ เวลานี้คือ ขบวนการนี้พร้อมที่จะไปไกลแค่ไหน

เมื่อกลุ่มดังกล่าวทำการโจมตีเพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาสและชาวปาเลสไตน์ ก็ได้รับการสนับสนุนทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาค

แต่สำหรับอิหร่าน การทำเช่นนั้นอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องเยเมนเอง ซึ่งอยู่ในภาวะสงบมาได้ระยะหนึ่งแล้วหลังจากเผชิญกับความวุ่นวายและสงครามมาหลายปี

การที่กลุ่มฮูตีเข้ามามีส่วนร่วมทางทหารมากขึ้นในสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน อาจจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศขึ้นอีกครั้ง

แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่า หากกลุ่มฮูตีดำเนินการโจมตีต่อไปและเพิ่มความรุนแรงขึ้น มันจะเป็นการยกระดับและขยายวงกว้างของสงครามขึ้นไปอีกขั้น