8 ปี ประยุทธ์ : เหตุการณ์สำคัญกับเส้นทางการเมือง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ซึ่งจะเป็นวันชี้ชะตาทางการเมืองของนายกฯ วัย 68 ปีว่าจะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้
คดีนี้ ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่
ศาลกำหนดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.00 น.
ในระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่ 24 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา แต่เขายังทำหน้าที่ รมว.กลาโหม โดยเดินทางเข้าไปทำงานภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งคราว สลับกับการประชุมและสั่งการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
บีบีซีไทยย้อนเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง และเส้นทางขึ้นสู่อำนาจของนายกฯ คนที่ 29
เหตุการณ์สำคัญกับเส้นทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
ประชาชนประท้วงต่อต้านการผลักดันร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม "ฉบับสุดซอย" ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออก
ศาลรธน. มีมติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขณะนั้น พ้นตำแหน่ง เนื่องจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่กี่วันต่อมา กองทัพก็ทำรัฐประหาร
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงมติเมื่อ 21 ส.ค. 2557 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 191 เสียง งดออกเสียง 3 ในเวลาต่อมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง มีผล 24 ส.ค. 2557
ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้รับการรับรองด้วยเสียงท่วมท้นในการลงประชามติ ซึ่งผู้เห็นต่างไม่ได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมรณรงค์คัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ยังคงเปิดช่องให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองได้
ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มี 16 หมวด 279 มาตรา เนื้อหามีการปรับปรุงให้สอดคล้องตามข้อสังเกตพระราชทานให้ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจ หลังผ่านการลงประชามติของประชาชนมาแล้ว
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี คดีทุจริตโครงการจำนำข้าว
รัฐสภามีมติท่วมท้นเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ด้วยคะแนน 500 เสียง จาก 750 เสียง วุฒิสมาชิกที่ พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งมาก่อนหน้าพร้อมใจโหวตในทางเดียวกัน
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ เกิด "แฟลชม็อบ" ของกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา เช่น ม. ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ม. รามคำแหง และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง คือ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภา หลังจากสมาชิกกลุ่ม "เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย" ถูกจับกุมขณะถือป้ายประท้วง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ จ.ระยอง
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะประชาชนปลดแอก" จัดการชุมนุมครั้งใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีผู้ร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน ถือว่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร คสช. โดยแกนนำย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง 2 หลักการ และ 1 ความฝัน
เกิดปรากฏการณ์นักเรียนมัธยม "ชูสามนิ้ว" และติดโบว์ขาวต้านเผด็จการในอย่างน้อย 16 จังหวัด
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 10 พ.ย. 2564 ระบุว่า การชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อ 10 ส.ค. 2563 มี "เจตนาซ่อนเร้นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มิใช่เป็นการปฏิรูป" สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างทางการเมือง พร้อมเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อนิยามของประชาธิปไตย และคำถามถึงการบังคับใช้ของคำสั่งศาล
กิจกรรมประท้วงต่อต้านนายกฯ ประยุทธ์เกิดขึ้นหลายจุด อาทิ ที่ลานคนเมือง หน้าศาลากว่าการ กทม, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง, หน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย, ใกล้ทำเนียบรัฐบาล
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับตีความการดำรงตำแหน่ง "นายกฯ 8 ปี" และสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลำดับ 1 ขยับขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประวิตรเดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก
ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการเสนอให้ตัดอำนาจ ส.ว. ในการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือที่รู้จักในชื่อ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” และกำหนดให้นายกฯ มาจาก ส.ส. เท่านั้น ก่อนที่เสียงส่วนใหญ่ของ ส.ส. และ ส.ว. จะตีตกร่างทั้งหมด
สังคมให้ความสนใจเอกสารชื่อ “ความเห็นต่อมาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ลงนามโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ส่งให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ยาว 3 หน้า
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณากรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยสั่งขอเอกสารเพิ่มเติม และนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไป วันที่ 14 ก.ย. 2565
ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 เวลา 15.00 น.
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี “นายกฯ 8 ปี”

























