แฟลชม็อบนักศึกษา ถึง ชุมนุมใหญ่ของ "คณะราษฎร 2563" ลำดับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2563

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของไทย ที่ทำให้บรรดากลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงออกทางการเมืองผ่านการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้
แม้ว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและประชาชนต้องยุติลงระยะหนึ่งระหว่างเดือน มี.ค.-มิ.ย. แต่ทันทีที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงและรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรคลง การเคลื่อนไหวก็กลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
การหายตัวไปอย่างปริศนาของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองวัย 35 ปี จากบริเวณหน้าที่พักในเมืองหลวงของกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. และการรวบตัวสมาชิกกลุ่ม "เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย" ขณะชูป้ายประท้วง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ จ.ระยอง เมื่อกลางเดือน ก.ค. ได้ปลุกกระแสความไม่พอใจต่อรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์และบรรดาผู้มีอำนาจ นำมาสู่การชุมนุมบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ที่ต้องบันทึกไว้ก็คือ การเคลื่อนไหวที่นำโดยนักศึกษาและเยาวชนในครั้งนี้ได้มีข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และการพูดถึงสถาบันฯ อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึนมาก่อน จนหลายคนเรียกว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ "ทะลุเพดาน"
บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์การชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ ๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2563 และลากยาวมาจนถึงปลายปี จนหลายฝ่ายกังวลว่าความตึงเครียดที่ทวีขึ้นจะนำไปสู่การซ้ำรอยความรุนแรงในอดีตหรือไม่
ย้อนเหตุการณ์สำคัญในการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนเรียกร้องประชาธิปไตย
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เมื่อ 21 ก.พ. ได้เกิด “แฟลชม็อบ” ของกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา เช่น ม. ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ม. รามคำแหง และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น
การชุมนุมประท้วงต้องยุติลงชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ตำรวจกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ถูกอุ้มหายไปจากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
นักศึกษาและประชาชนนำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ จัดชุมนุมที่ลานสกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางกระแส “Saveวันเฉลิม”
กลุ่ม “เยาวชนปลดแอก" นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง คือ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภา หลังจากสมาชิกกลุ่ม "เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย” ถูกจับกุมขณะถือป้ายประท้วง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ จ.ระยอง
การชุมนุมเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ควบคู่ไปกับการรณรงค์ทางโลกออนไลน์ด้วยการใช้แฮชแท็ก วันที่ 23 ก.ค. มีการจัดการชุมนุมอย่างน้อยใน 20 จังหวัด
กลุ่มนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ พากันวิ่งวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับร้องเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงประกอบการ์ตูนญี่ปุ่น “แฮมทาโร่" เพื่อล้อเลียนรัฐบาลและ ส.ส. เนื้อเพลงท่อนหนึ่งร้องว่า "วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่...ของอร่อยที่สุดก็คือ ภาษีประชาชน”
กลุ่ม “อาชีวะช่วยชาติ" นัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่ออ่านแถลงการณ์โจมตีการชุมนุมของกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" ว่าเป็นไปเพื่อ "ท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์...”
กลุ่ม “มหานครเพื่อประชาธิปไตย" และ "มอกะเสด" จัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในธีม "แฮร์รี พอตเตอร์ ไม้เท้าเสกคาถา ปกป้องประชาธิปไตย” นายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยในประเด็นการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์และการปฏิรูปสถาบันฯ เป็นครั้งแรก
เปิดตัว “คณะประชาชนปลดแอก" เป็นการขยายแนวร่วมจาก "เยาวชนปลดแอก” เพื่อเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
“แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" จัดการชุมนุมโดยใช้ชื่อกิจกรรม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตำรวจคาดว่ามีผู้ร่วมชุมนุมราว 2,500 คน ไฮไลท์ของการปราศรัยในครั้งนี้คือ การอ่านข้อเรียกร้อง 10 ประการเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลการชุมนุมของสองกลุ่มความคิดทางการเมืองที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. พบว่า มีการชุมนุมย่อย ๆ เพื่อประท้วงรัฐบาล หรือ “แฟลชม็อบ” อย่างน้อย 49 จังหวัด และมีกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในอย่างน้อย 11 จังหวัด
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะประชาชนปลดแอก” จัดการชุมนุมครั้งใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีผู้ร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน ถือว่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร คสช. โดยแกนนำย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง 2 หลักการ และ 1 ความฝัน
เกิดปรากฏการณ์นักเรียนมัธยม “ชูสามนิ้ว” และติดโบว์ขาวต้านเผด็จการในอย่างน้อย 16 จังหวัด
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เปิดตัวกลุ่ม “ไทยภักดี" เป็นองค์กรกลางในการประสานงานผู้ปกป้องสถาบันฯ ก่อนจัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อเหลืองครั้งแรก 30 ส.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น กทม. ด้านกลุ่ม "นักเรียนเลว" เดินทางไป "ผูกโบว์ขาว ชูสามนิ้ว เป่านกหวีดไล่ รัฐมนตรี” ที่กระทรวงศึกษาธิการ
น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 10 ข้อเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร
“แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" จัดกิจกรรม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ที่สนามหลวง เป็นครั้งแรกที่ปักหลักค้างคืน เช้า 20 ก.ย. ผู้ชุมนุมร่วมทำพิธี "ฝังหมุดคณะราษฎร 2563” และเคลื่อนขบวนไปยื่นจดหมายถึงองคมนตรีเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ถูกตำรวจสกัดไว้ จึงยื่นผ่าน ผบช.น. แทน
ประชาชนนำโดยกลุ่ม “ไอลอว์” เดินจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเตาปูนไปรัฐสภา เพื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พร้อมแนบรายชื่อประชาชน 100,732 รายชื่อ
ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติ 432 ต่อ 255 เสียง ให้ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ ขณะที่ด้านนอกสภา “คณะประชาชนปลดแอก" และ "กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย" ชุมนุมในชื่อกิจกรรม "ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา”
คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ เริ่มประชุมกันนัดแรก โดยมีกรอบเวลาทำงาน 30 วัน
นักเรียนมัธยมนำโดยกลุ่ม “นักเรียนเลว” ชุมนุมที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินการตาม 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ หยุดคุกคามนักเรียน, ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง และปฏิรูปการศึกษา
“ศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะประชาชนปกป้องสถาบัน" (ศอปส.) จัดแรลลี่ "เชิญธนาธรพ้นประเทศไทย” เคลื่อนขบวนสู่ตึกไทยซัมมิทซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานคณะก้าวหน้าที่มีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน
ตำรวจเข้ารื้อเต็นท์และเวทีปราศรัยของกลุ่ม “คณะราษฎร 2563" ซึ่งเดินทางมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมสาดสีน้ำเงินใส่ตำรวจก่อนที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่” และผู้ชุมนุมอีกนับสิบคนจะถูกตำรวจควบคุมตัวไป
“คณะราษฎร 2563” ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มต่าง ๆ เช่น แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, เยาวชนปลดแอก, กลุ่มดาวดิน และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย จัดการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนไปปักหลักค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ เปิดทางให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลช่วงเช้ามืด แกนนำ 3 คน คือ อานนท์ นำภา พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ถูกจับกุม ช่วงเย็นผู้ชุมนุมรวมตัวที่แยกราชประสงค์จนถึงเวลา 22.17 น.
“คณะราษฎร” นัดชุมนุมที่แยกปทุมวันช่วงเย็น ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ยุติการชุมนุมแต่ไม่เป็นผล เวลา 18.10 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมและกระชับพื้นที่ทั้งด้าน ถ.พระราม 1 และ ถ.พญาไท จนสลายการชุมนุมและยึดพื้นที่แยกปทุมวันได้สำเร็จในเวลาประมาณ 23.00 น.
“คณะราษฎร 2563" เปลี่ยนชื่อมาเป็น "กลุ่มราษฎร" เพื่อสะท้อนการชุมนุมแบบ "ทุกคนคือแกนนำ” จัดแฟลชม็อบหลายจุดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในกรุงเทพฯ มี 3 จุดหลักคือ ห้าแยกลาดพร้าว อุดมสุข และวงเวียนใหญ่
แฟลชม็อบในกรุงเทพฯ เป็นวันที่สอง โดยมีจุดหลักอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและแยกอโศก การชุมนุมแบบไร้แกนนำมีรูปแบบและการจัดการที่ชัดเจนขึ้น เช่น การสื่อสารด้วยภาษามือ การป้องปากบอกต่อ การสวมชุดสีดำ การใช้แอปพลิเคชั่นเทเลแกรมในการแจ้งข่าวสาร
นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลสนับสนุนให้เปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ช่วงเย็นกลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” นัดแฟลชม็อบ 3 จุดในกรุงเทพฯ ได้แก่ แยกเกษตร เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) กระทรวงสาธารณสุข
ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ก. เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26-27 ต.ค. ด้าน “เยาวชนปลดแอก" รวมตัวที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหลายแห่งในเวลา 18.00 น. เพื่อรอฟัง "บิ๊กเซอร์ไพรส์” จากแกนนำซึ่งประกาศงดชุมนุม 1 วัน
กลุ่ม “ราษฎร" รวมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเวลา 16.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ เพื่อนำ "จดหมายลาออก" ไปยื่นให้นายกฯ ลงนาม ขีดเส้นตายให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกและปล่อยผู้ชุมนุมภายใน 3 วัน เวลา 19.00 น. นายกฯ แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว”
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ “ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง” ในเขตกรุงเทพฯ รวมทั้งประกาศและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง มีผลตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป
พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ. รพ. มงกุฎวัฒนะ และแกนนำ “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” นัดประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันฯ ที่ศูนย์ราชการ ถ. แจ้งวัฒนะ
ในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่มารับเสด็จฯ ณ ลานพระราชวังดุสิต ในหลวงตรัสกับชายที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ไว้เหนือหัวระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎร" ว่า "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ”
“ไผ่ ดาวดิน" ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อ 23 ต.ค. หลังจากถูกคุมขังมานาน 10 วัน ประกาศนัดชุมนุมที่แยกราชประสงค์เย็นวันที่ 25 ต.ค. เพื่อแสดงท่าทีต่อการที่นายกฯ ไม่ลาออกภายในเส้นตาย 3 วันที่กลุ่ม "ราษฎร” กำหนด
กลุ่ม “ราษฎร" รวมตัวที่แยกราชประสงค์เวลา 17.00 น. เพื่อกดดันให้นายกฯ ลาออกและปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม ผู้ชุมนุมร่วมกันตะโกน "กล้ามาก ๆ เก่งมาก ๆ ขอบใจนะ” ซ้ำหลายครั้งก่อนสลายการชุมนุมในเวลาประมาณ 21.00 น.
วันแรกของการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญ ด้านกลุ่มปกป้องสถาบันฯ และกลุ่ม “ราษฎร" เดินทางไปชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนีคนละช่วงเวลาและยื่นจดหมายต่อเอกอัครราชทูต โดยคนเสื้อเหลืองในนามกลุ่ม "ประชาชนคนไทย" เรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมนีรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ส่วนกลุ่ม "ราษฎร” เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประทับอยู่ในรัฐบาวาเรียของรัชกาลที่ 10
มวลชนเสื้อเหลืองหลายกลุ่มแสดงพลังปกป้องสถาบันกษัตริย์ ช่วงเช้า “อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี" รวมตัวที่สถานทูตสหรัฐฯ เรียกร้องให้สหรัฐฯ "เคารพในกิจการภายในของประเทศไทย” เพราะเชื่อว่ามีต่างประเทศอยู่เบื้องหลังการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วงเย็นกลุ่มเสื้อเหลืองนำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และอดีตแกนนำ กปปส. บางคน รวมตัวที่สวนลุมพินี
นอกจากพัฒนาการทางการเมืองผ่านการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ ๆ เช่น เชียงใหม่ และขอนแก่น
ผู้ชุมนุม “(คณะ)ราษฎร” จัด “แฟลชม็อบ” ที่ไหนบ้าง
ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลที่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก และสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ณ วันที่ 27 ต.ค. 2563

ที่มาของภาพ, Reuters

ข่าว-วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม 2563
- รมต. เยอรมนีตอบสภาฯ เรื่องประท้วง-รัฐบาล-กษัตริย์ไทย
- จาก "รูปที่มีทุกบ้าน" สู่การชุมนุมปกป้องสถาบันฯ ที่สวนลุมพินี
- ในหลวง ร. 10 ตรัสทักทาย "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ต่อชายที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ไว้เหนือหัว
- เยอรมนีระบุจับตาการประทับของกษัตริย์ไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะกลุ่มปกป้อง-ปฏิรูปสถาบันฯ ชุมนุมหน้าสถานทูตฯ
- ร. 10 : นักข่าวซีเอ็นเอ็นถามโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเรื่องการทรงงานราชการในเยอรมนี
- เปิดบทสนทนาของนักศึกษากลุ่ม “ไทยภักดี” กับ “ประชาชนปลดแอก” ว่าด้วยท่อน้ำเลี้ยง-เพดาน-สิ่งศักดิ์สิทธิ์
- "ถ้าปล่อยให้สถาบันฯเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ในโลกสมัยนี้จะอยู่ไม่ได้"
- สื่อต่างชาติวิเคราะห์ เนื้อหาการประท้วงของเยาวชนในไทย "ได้ข้ามจุดที่หวนกลับไปไม่ได้แล้ว”



























