โควิด-19 : ทั่วโลกดำเนินการเรื่องวัคซีนกันอย่างไร มีชาติไหนที่ยังไม่เริ่มบ้าง

เมื่อพูดถึงการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 คำถามที่ผู้คนส่วนใหญ่อยากรู้คำตอบมากที่สุด ก็คือตนเองจะได้ฉีดวัคซีนกับเขาบ้างหรือไม่ และจะได้ฉีดเมื่อใดกันแน่ ?
ทุกวันนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่วางแผนจัดหาและตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ประชากรของตนไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับอีกหลายประเทศทั่วโลก แผนการนี้ยังคงคลุมเครือไม่แน่นอน บีบีซีจึงได้สำรวจสถานะความพร้อมในการแจกจ่ายวัคซีนให้ผู้คนในหลายประเทศมาให้ทราบกันดังนี้
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้คนทั้งโลกถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญที่ตัดสินความเป็นความตายกันเลยทีเดียว แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อันซับซ้อน รวมทั้งความร่วมมือจากบรรษัทใหญ่ข้ามชาติหลายแห่ง ทั้งยังเกี่ยวข้องกับคำมั่นสัญญาที่ขัดแย้งกันเองของรัฐบาลต่าง ๆ ระบบราชการ และกฎระเบียบจุกจิกอีกมากมาย ซึ่งก็หมายความว่าการคาดคะเนเรื่องวัคซีนจะไปถึงมือคนทั่วโลกเมื่อใดและอย่างไรนั้น ไม่ใช่จะทำได้อย่างง่ายดายเลย
อากาเท เดมาไรส์ ผู้อำนวยการฝ่ายคาดการณ์ทิศทางโลก ประจำหน่วยข่าวกรองนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ (EIU) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยเป็นงานวิจัยที่ครอบคลุมแง่มุมต่าง ๆ มากที่สุดชิ้นหนึ่ง
ทีมวิจัย EIU ได้วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการกระจายวัคซีนโควิดทั่วโลก โดยดูที่ศักยภาพในการผลิตวัคซีน ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขที่จำเป็นต้องมี เพื่อให้กระจายวัคซีนได้ถึงมือประชาชนอย่างถ้วนหน้า รวมทั้งพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ อย่างจำนวนประชากรที่แต่ละประเทศตั้งเป้าให้ได้รับวัคซีน และงบประมาณในการจัดซื้อที่มีอยู่ด้วย
ผลวิเคราะห์ที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือเกิดความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีนระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศที่ยากจน
การให้วัคซีนทั่วโลก
% ของคนที่ฉีดวัคซีนครบ
| โลก |
61
|
12,120,524,547 |
| จีน |
87
|
3,403,643,000 |
| อินเดีย |
66
|
1,978,918,170 |
| สหรัฐอเมริกา |
67
|
596,233,489 |
| บราซิล |
79
|
456,903,089 |
| อินโดนีเซีย |
61
|
417,522,347 |
| ญี่ปุ่น |
81
|
285,756,540 |
| บังกลาเทศ |
72
|
278,785,812 |
| ปากีสถาน |
57
|
273,365,003 |
| เวียดนาม |
83
|
233,534,502 |
| เม็กซิโก |
61
|
209,179,257 |
| เยอรมนี |
76
|
182,926,984 |
| รัสเซีย |
51
|
168,992,435 |
| ฟิลิปปินส์ |
64
|
153,852,751 |
| อิหร่าน |
68
|
149,957,751 |
| สหราชอาณาจักร |
73
|
149,397,250 |
| ตุรกี |
62
|
147,839,557 |
| ฝรั่งเศส |
78
|
146,197,822 |
| ไทย |
76
|
139,099,244 |
| อิตาลี |
79
|
138,319,018 |
| เกาหลีใต้ |
87
|
126,015,059 |
| อาร์เจนตินา |
82
|
106,075,760 |
| สเปน |
87
|
95,153,556 |
| อียิปต์ |
36
|
91,447,330 |
| แคนาดา |
83
|
86,256,122 |
| โคลอมเบีย |
71
|
85,767,160 |
| เปรู |
83
|
77,892,776 |
| มาเลเซีย |
83
|
71,272,417 |
| ซาอุดีอาระเบีย |
71
|
66,700,629 |
| เมียนมา |
49
|
62,259,560 |
| ชิลี |
92
|
59,605,701 |
| ไต้หวัน |
82
|
58,215,158 |
| ออสเตรเลีย |
84
|
57,927,802 |
| อุซเบกิสถาน |
46
|
55,782,994 |
| โมร็อกโก |
63
|
54,846,507 |
| โปแลนด์ |
60
|
54,605,119 |
| ไนจีเรีย |
10
|
50,619,238 |
| เอธิโอเปีย |
32
|
49,687,694 |
| เนปาล |
69
|
46,888,075 |
| กัมพูชา |
85
|
40,956,960 |
| ศรีลังกา |
68
|
39,586,599 |
| คิวบา |
88
|
38,725,766 |
| เวเนซุเอลา |
50
|
37,860,994 |
| แอฟริกาใต้ |
32
|
36,861,626 |
| เอกวาดอร์ |
78
|
35,827,364 |
| เนเธอร์แลนด์ |
70
|
33,326,378 |
| ยููเครน |
35
|
31,668,577 |
| โมซัมบิก |
44
|
31,616,078 |
| เบลเยียม |
79
|
25,672,563 |
| สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ |
98
|
24,922,054 |
| โปรตุเกส |
87
|
24,616,852 |
| รวันดา |
65
|
22,715,578 |
| สวีเดน |
75
|
22,674,504 |
| ยูกันดา |
24
|
21,756,456 |
| กรีซ |
74
|
21,111,318 |
| คาซัคสถาน |
49
|
20,918,681 |
| แองโกลา |
21
|
20,397,115 |
| กานา |
23
|
18,643,437 |
| อิรัก |
18
|
18,636,865 |
| เคนยา |
17
|
18,535,975 |
| ออสเตรีย |
73
|
18,418,001 |
| อิสราเอล |
66
|
18,190,799 |
| กัวเตมาลา |
35
|
17,957,760 |
| ฮ่องกง |
86
|
17,731,631 |
| สาธารณรัฐเช็ก |
64
|
17,676,269 |
| โรมาเนีย |
42
|
16,827,486 |
| ฮังการี |
64
|
16,530,488 |
| สาธารณรัฐโดมินิกัน |
55
|
15,784,815 |
| สวิตเซอร์แลนด์ |
69
|
15,759,752 |
| แอลจีเรีย |
15
|
15,205,854 |
| ฮอนดูรัส |
53
|
14,444,316 |
| สิงคโปร์ |
92
|
14,225,122 |
| โบลิเวีย |
51
|
13,892,966 |
| ทาจิกิสถาน |
52
|
13,782,905 |
| อาเซอร์ไบจาน |
47
|
13,772,531 |
| เดนมาร์ก |
82
|
13,227,724 |
| เบลารุส |
67
|
13,206,203 |
| ตูนิเซีย |
53
|
13,192,714 |
| โกตดิวัวร์ |
20
|
12,753,769 |
| ฟินแลนด์ |
78
|
12,168,388 |
| ซิมบับเว |
31
|
12,006,503 |
| นิการากัว |
82
|
11,441,278 |
| นอร์เวย์ |
74
|
11,413,904 |
| นิวซีแลนด์ |
80
|
11,165,408 |
| คอสตาริกา |
81
|
11,017,624 |
| ไอร์แลนด์ |
81
|
10,984,032 |
| เอลซัลวาดอร์ |
66
|
10,958,940 |
| สปป.ลาว |
69
|
10,894,482 |
| จอร์แดน |
44
|
10,007,983 |
| ปารากวัย |
48
|
8,952,310 |
| แทนซาเนีย |
7
|
8,837,371 |
| อุรุกวัย |
83
|
8,682,129 |
| เซอร์เบีย |
48
|
8,534,688 |
| ปานามา |
71
|
8,366,229 |
| ซูดาน |
10
|
8,179,010 |
| คูเวต |
77
|
8,120,613 |
| แซมเบีย |
24
|
7,199,179 |
| เติร์กเมนิสถาน |
48
|
7,140,000 |
| สโลวาเกีย |
51
|
7,076,057 |
| โอมาน |
58
|
7,068,002 |
| กาตาร์ |
90
|
6,981,756 |
| อัฟกานิสถาน |
13
|
6,445,359 |
| กินี |
20
|
6,329,141 |
| เลบานอน |
35
|
5,673,326 |
| มองโกเลีย |
65
|
5,492,919 |
| โครเอเชีย |
55
|
5,258,768 |
| ลิทัวเนีย |
70
|
4,489,177 |
| บัลแกเรีย |
30
|
4,413,874 |
| ซีเรีย |
10
|
4,232,490 |
| ดินแดนปาเลสไตน์ |
34
|
3,734,270 |
| เบนิน |
22
|
3,681,560 |
| ลิเบีย |
17
|
3,579,762 |
| ไนเจอร์ |
10
|
3,530,154 |
| สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก |
2
|
3,514,480 |
| เซียร์ราลีโอน |
23
|
3,493,386 |
| บาห์เรน |
70
|
3,455,214 |
| โตโก |
18
|
3,290,821 |
| คีร์กิซสถาน |
20
|
3,154,348 |
| โซมาเลีย |
10
|
3,143,630 |
| สโลวีเนีย |
59
|
2,996,484 |
| บูร์กินาฟาโซ |
7
|
2,947,625 |
| แอลเบเนีย |
43
|
2,906,126 |
| จอร์เจีย |
32
|
2,902,085 |
| ลัตเวีย |
70
|
2,893,861 |
| มอริเตเนีย |
28
|
2,872,677 |
| บอตสวานา |
63
|
2,730,607 |
| ไลบีเรีย |
41
|
2,716,330 |
| มอริเชียส |
74
|
2,559,789 |
| เซเนกัล |
6
|
2,523,856 |
| มาลี |
6
|
2,406,986 |
| มาดากัสการ์ |
4
|
2,369,775 |
| ชาด |
12
|
2,356,138 |
| มาลาวี |
8
|
2,166,402 |
| มอลโดวา |
26
|
2,165,600 |
| อาร์เมเนีย |
33
|
2,150,112 |
| เอสโตเนีย |
64
|
1,993,944 |
| บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา |
26
|
1,924,950 |
| ภูฏาน |
86
|
1,910,077 |
| มาซิโดเนียเหนือ |
40
|
1,850,145 |
| แคเมอรูน |
4
|
1,838,907 |
| คอซอวอ |
46
|
1,830,809 |
| ไซปรัส |
72
|
1,788,761 |
| ติมอร์-เลสเต |
52
|
1,638,158 |
| ฟิจิ |
70
|
1,609,748 |
| ตรินิแดดและโตเบโก |
51
|
1,574,574 |
| จาเมกา |
24
|
1,459,394 |
| มาเก๊า |
89
|
1,441,062 |
| มอลตา |
91
|
1,317,628 |
| ลักเซมเบิร์ก |
73
|
1,304,777 |
| ซูดานใต้ |
10
|
1,226,772 |
| สาธารณรัฐแอฟริกากลาง |
22
|
1,217,399 |
| บรูไน (ดารุสซาลาม) |
97
|
1,173,118 |
| กายอานา |
58
|
1,011,150 |
| มัลดีฟส์ |
71
|
945,036 |
| เลโซโท |
34
|
933,825 |
| เยเมน |
1
|
864,544 |
| คองโก |
12
|
831,318 |
| นามิเบีย |
16
|
825,518 |
| แกมเบีย |
14
|
812,811 |
| ไอซ์แลนด์ |
79
|
805,469 |
| กาบูเวร์ดี |
55
|
773,810 |
| มอนเตเนโกร |
45
|
675,285 |
| คอโมโรส |
34
|
642,320 |
| ปาปัวนิวกินี |
3
|
615,156 |
| กินีบิสเซา |
17
|
572,954 |
| กาบอง |
11
|
567,575 |
| เอสวาตีนี |
29
|
535,393 |
| สุรินัม |
40
|
505,699 |
| ซามัว |
99
|
494,684 |
| เบลีซ |
53
|
489,508 |
| อิเควทอเรลกินี |
14
|
484,554 |
| หมู่เกาะโซโลมอน |
25
|
463,637 |
| เฮติ |
1
|
342,724 |
| บาฮามาส |
40
|
340,866 |
| บาร์เบโดส |
53
|
316,212 |
| วานูอาตู |
40
|
309,433 |
| ตองกา |
91
|
242,634 |
| เจอร์ซีย์ |
80
|
236,026 |
| จิบูตี |
16
|
222,387 |
| เซเชลส์ |
82
|
221,597 |
| เซาตูเมและปรินซิปี |
44
|
218,850 |
| ไอล์ ออฟ แมน |
79
|
189,994 |
| เกิร์นซีย์ |
81
|
157,161 |
| อันดอร์รา |
69
|
153,383 |
| คิริบาส |
50
|
147,497 |
| หมู่เกาะเคย์แมน |
90
|
145,906 |
| เบอร์มิวดา |
77
|
131,612 |
| แอนติกา และบาร์บูดา |
63
|
126,122 |
| เซนต์ลูเซีย |
29
|
121,513 |
| ยิบรอลตาร์ |
123
|
119,855 |
| หมู่เกาะแฟโร |
83
|
103,894 |
| เกรนาดา |
34
|
89,147 |
| กรีนแลนด์ |
68
|
79,745 |
| เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ |
28
|
71,501 |
| ลิกเตนสไตน์ |
69
|
70,780 |
| หมู่เกาะเติกส์และหมู่เกาะเคคอส |
76
|
69,803 |
| ซานมาริโน |
69
|
69,338 |
| โดมินิกา |
42
|
66,992 |
| โมนาโก |
65
|
65,140 |
| เซนต์คิตส์และเนวิส |
49
|
60,467 |
| หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน |
59
|
41,198 |
| หมู่เกาะคุก |
84
|
39,780 |
| แองกวิลลา |
67
|
23,926 |
| นาอูรู |
79
|
22,976 |
| บุรุนดี |
0.12
|
17,139 |
| ตูวาลู |
52
|
12,528 |
| เซนต์เฮเลนา |
58
|
7,892 |
| มอนต์เซอร์รัต |
38
|
4,422 |
| หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ |
50
|
4,407 |
| นีอูเอ |
88
|
4,161 |
| โทเคอเลา |
71
|
1,936 |
| พิตแคร์น |
100
|
94 |
| เกาหลีเหนือ |
0
|
0 |
| เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช |
0
|
0 |
| บริติชอินเดียโอเชียนเทร์ริทอรี |
0
|
0 |
| วาติกัน |
0
|
0 |
| เอริเทรีย |
0
|
0 |
โปรดอัปเกรดเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อประสบการณ์รับชมอย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลนี้ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเสมอ แต่อาจไม่ได้สะท้อนยอดรวมล่าสุด หรือวัคซีนที่แจกจ่ายออกไปในแต่ละพื้นที่ จำนวนวัคซีนทั้งหมดในที่นี้หมายถึงจำนวนเข็มที่ให้ และอาจรวมเข็มกระตุ้นสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องได้เพิ่ม นิยามของคำว่า "ได้รับวัคซีนครบ" แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและชนิดของวัคซีน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ที่มา: Our World in Data
ข้อมูลล่าสุดเมื่อ : 5 กรกฎาคม 2565 19:28 GMT+7
ในขณะนี้สหรัฐฯและสหราชอาณาจักรมีวัคซีนอย่างเหลือเฟือ เนื่องจากมีเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อการพัฒนาวัคซีน ทำให้พวกเขาอยู่ในลำดับแรกที่จะได้รับวัคซีนก่อนใคร ส่วนลำดับถัดมาได้แก่แคนาดาและสหภาพยุโรป
ประเทศที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิดกันแต่อย่างใด แต่ก็มีบางประเทศที่ทำได้อย่างรวดเร็วเกินคาด มาดูกันว่านานาประเทศทั่วโลกต่างดำเนินการให้วัคซีนกับประชากรของตนไปถึงไหนกันแล้ว
การให้วัคซีนทั่วโลก
ที่มา: Our World in Data
แคนาดาถูกวิจารณ์อย่างหนักเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หลังกว้านซื้อวัคซีนมากักตุนไว้ถึง 5 เท่าของจำนวนที่ต้องใช้จริงกับประชากรทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแคนาดาจะได้รับวัคซีนก่อนเพื่อน เนื่องจากได้เลือกลงทุนกับวัคซีนที่ผลิตจากโรงงานในสหภาพยุโรป เพราะเกรงว่าสหรัฐฯในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจสั่งห้ามส่งออกวัคซีนได้
แต่นั่นเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดครั้งใหญ่ ปัจจุบันโรงงานในยุโรปกำลังประสบความยากลำบากในการผลิตและจัดส่งวัคซีนให้ผู้สั่งจอง ส่วนสหภาพยุโรปเองก็ยังมาประกาศห้ามการส่งออก แทนที่จะเป็นสหรัฐฯ ตามที่แคนาดาได้เคยคาดเอาไว้
"ตราบใดที่ตลาดยุโรปยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ สินค้าล็อตใหญ่ที่แคนาดาสั่งจองไว้นั้นก็น่าจะยังไม่ได้เช่นกัน" อากาเท เดมาไรส์ กล่าว
ถึงกระนั้นก็ตาม มีบางประเทศที่สามารถจัดหาและกระจายวัคซีนให้ถึงมือประชาชนได้ดีเกินคาด ตัวอย่างเช่น เซอร์เบียซึ่งมีอัตราประชากรที่ได้รับวัคซีนโควิดสูงสุดในลำดับที่ 8 ของโลก และสูงกว่าประเทศใด ๆ ในสหภาพยุโรป
ความสำเร็จของเซอร์เบียนั้น นอกจากจะเป็นผลสัมฤทธิ์ของแผนแจกจ่ายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นผลพลอยได้จากการทูตที่ใช้วัคซีนเป็นสื่อผูกใจอีกด้วย การที่จีนและรัสเซียต่างแข่งขันกันแผ่อิทธิพลเหนือภูมิภาคยุโรปตะวันออก ทำให้เซอร์เบียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่มีทั้งวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย และวัคซีนจากบริษัทซิโนฟาร์มของจีนไว้ใช้พร้อมกัน
ตามนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้นั้น ชาวเซอร์เบียสามารถเลือกรับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ วัคซีนสปุตนิก วี หรือวัคซีนของจีนก็ได้ตามใจชอบ แต่ในทางปฏิบัติแล้วประชากรส่วนใหญ่จะได้ฉีดวัคซีนของบริษัทซิโนฟาร์มมากกว่า
อิทธิพลของการทูตวัคซีนที่จีนฝากไว้นี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อไปอีกในระยะยาว เพราะเมื่อรับวัคซีนเข็มที่หนึ่งและสองไปแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องพึ่งพาวัคซีนที่ปรับปรุงสำหรับไวรัสกลายพันธุ์จากบริษัทเดิมอีก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออีนั้นก็ต้องพึ่งพาวัคซีนของซิโนฟาร์มอย่างมาก โดยคิดเป็นจำนวนถึง 80% ของวัคซีนโควิดที่ฉีดให้กับคนในประเทศขณะนี้ แถมยังมีการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนของซิโนฟาร์มในยูเออีอยู่อีกด้วย
"จีนมาพร้อมกับโรงงานและพนักงานที่ผ่านการฝึกฝนมาดีแล้ว จึงเป็นสิ่งที่จะทำให้จีนมีอิทธิพลยืนยาวต่อไปในต่างประเทศ" อากาเท เดมาไรส์ กล่าว "เรื่องนี้จะทำให้ประเทศผู้รับความช่วยเหลือ ปฏิเสธคำขอของจีนในอนาคตได้ยากมาก"
อย่างไรก็ตาม การเป็นชาติมหาอำนาจผู้แจกจ่ายวัคซีนนั้น ไม่ได้หมายความว่าพลเมืองของตนเองจะต้องได้รับวัคซีนโควิดก่อนใคร ผลวิจัยของ EIU คาดว่าจีนและอินเดีย สองชาติมหาอำนาจด้านการผลิตวัคซีนของโลก จะยังไม่สามารถฉีดวัคซีนให้คนของตนเองได้ทั่วถึงก่อนสิ้นปี 2022 เพราะมีประชากรจำนวนมากและขาดแคลนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความสำเร็จส่วนใหญ่ของอินเดียในฐานะผู้ผลิตวัคซีนนั้น มาจากผู้ชายเพียงคนเดียว เขาชื่ออาดาร์ ปูนาวัลลา เจ้าของสถาบันซีรัมแห่งอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก
เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ครอบครัวของปูนาวัลลาคิดว่าเขาได้สติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว หลังจากใช้เงินส่วนตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดิมพันกับการคิดค้นวัคซีนโควิดที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
เมื่อเดือนมกราคม วัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ได้ส่งถึงมือรัฐบาลอินเดียเป็นที่เรียบร้อย และขณะนี้บริษัทของปูนาวัลลาก็กำลังผลิตวัคซีนสูตรดังกล่าวอยู่ในอัตรา 2.4 ล้านโดสต่อวัน ถือเป็นหนึ่งในสองผู้จัดส่งวัคซีนโควิดรายใหญ่ให้กับประเทศอินเดีย ทั้งยังผลิตส่งให้กับบราซิล โมร็อกโก บังกลาเทศ และแอฟริกาใต้อีกด้วย
"ผมว่าแรงกดดันและความบ้าบิ่นต่าง ๆ ได้ยุติลงแล้ว หลังเราทำการผลิตได้สำเร็จ" ปูนาวัลลากล่าว "แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการพยายามทำให้ทุกคนพอใจต่างหาก"
"ผมเคยคิดว่าจะมีผู้ผลิตหลายรายที่สามารถจัดส่งวัคซีนได้ตามกำหนด แต่น่าเสียดายว่าในตอนนี้ อย่างน้อยในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สองของปี 2021 เราจะยังไม่เห็นว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากเท่าใดนัก"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปูนาวัลลายังบอกว่าไม่สามารถจะเร่งอัตราการผลิตได้ในชั่วข้ามคืน "มันต้องใช้เวลา แต่คนมักคิดว่าเรามีน้ำยาวิเศษ ใช่...เราทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ดี แต่เราไม่มีไม้กายสิทธิ์ที่เสกทุกอย่างได้ดังใจ"
อย่างไรก็ตาม บริษัทของเขาก็ยังนำหน้าผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นอยู่มากโข เนื่องจากได้ลงมือสร้างโรงงานตั้งแต่เดือนมีนาคมของปีที่แล้ว และเริ่มกักตุนวัตถุดิบเช่นสารเคมีต่าง ๆ รวมทั้งขวดแก้วมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ปริมาณวัคซีนที่ผลิตได้ในแต่ละครั้งนั้นอาจแตกต่างกันไปอย่างมาก และมีหลายขั้นตอนที่เสี่ยงจะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย "มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์" อากาเท เดมาไรส์ กล่าว
สำหรับผู้ผลิตที่เพิ่งเริ่มเดินเครื่องในตอนนี้ ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผลิตวัคซีนล็อตแรกออกมาได้ ส่วนวัคซีนรุ่นที่ปรับปรุงสมรรถนะเพื่อป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ ก็ต้องใช้เวลาคิดค้นและผลิตอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน
ปูนาวัลลาบอกว่า เขามีความตั้งใจจะผลิตวัคซีนโควิด-19 ให้กับอินเดียก่อน แล้วจึงจัดส่งให้กับประเทศในแอฟริกาต่อไป ผ่านโครงการโคแวกซ์ (Covax) ของสหประชาชาติ
โครงการดังกล่าวเป็นความริเริ่มที่นำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรวัคซีน Gavi และศูนย์เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาด (CEPI) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมอบวัคซีนราคาถูกให้กับทุกประเทศทั่วโลก
ประเทศที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอต่อการจัดซื้อวัคซีน จะได้รับฟรีด้วยเงินสนับสนุนจากกองทุนพิเศษ ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์นี้จะต้องจ่ายเงินเอง แต่อาจจะได้ซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตในราคาที่ถูกลงมาก ผ่านการเจรจาที่ทางโครงการเป็นผู้ประสานงานให้
โครงการโคแวกซ์มีแผนจะเริ่มแจกจ่ายวัคซีนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2021 แต่กว่าจะถึงตอนนั้น โครงการอาจพบอุปสรรคจนต้องพับไปเสียก่อน เพราะหลายประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ต่างชิงเปิดการเจรจาเพื่อแย่งซื้อวัคซีนตัดหน้ากันเองด้วย
อาดาร์ ปูนาวัลลา บอกว่าผู้นำชาติต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกาเกือบทุกประเทศ ได้ติดต่อมาหาเขาโดยตรงแบบไม่ผ่านโครงการโคแว็กซ์ เพื่อให้ได้โอกาสเข้าถึงวัคซีนโควิดด้วยตนเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยูกันดาเพิ่งประกาศว่า ได้สั่งจองวัคซีนโควิดจำนวน 18 ล้านโดสจากสถาบันเซรัมแห่งอินเดีย ในราคา 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อโดส สูงกว่าราคาที่เจรจาผ่านโครงการโคแวกซ์ซึ่งอยู่ที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อโดส

ที่มาของภาพ, EPA
ทางสถาบันยอมรับว่าได้เจรจากับยูกันดาจริง แต่ปฏิเสธว่ายังไม่ได้มีการลงนามในสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น และจะจัดส่งวัคซีนสูตรของแอสตร้าเซนเนก้าให้กับโครงการโคแว็กซ์ 200 ล้านโดส ในทันทีที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก นายปูนาวัลลายังระบุว่า เขาได้ให้คำมั่นจะมอบวัคซีนให้โครงการโคแว็กซ์เพิ่มเติมอีก 900 ล้านโดส แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะจัดส่งให้เมื่อใดแน่
แม้เขาจะยึดมั่นต่อคำสัญญาที่ให้ไว้ แต่ปูนาวัลลาได้เผยว่าโครงการโคแวกซ์ก็กำลังเผชิญปัญหาอยู่เช่นกัน เพราะติดต่อเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนหลายรายเกินไป ซึ่งแต่ละเจ้าต่างเสนอราคาและกำหนดเวลาส่งมอบสินค้าไม่เหมือนกัน
อากาเท เดมาไรส์ และทีมวิจัย EIU ไม่ได้มองว่าสถานะของโครงการโคแว็กซ์ในขณะนี้จะส่อแววสดใสรุ่งโรจน์แต่ประการใด เพราะแม้จะทำตามแผนที่วางไว้สำเร็จ ทว่าในปีนี้โคแว็กซ์ก็ตั้งเป้าฉีดวัคซีนได้เพียง 20% - 27 %ของประชากรในแต่ละประเทศเท่านั้น
"อัตราการฉีดวัคซีนเพียงเท่านี้สร้างความแตกต่างได้น้อยมาก และจะไม่ช่วยพลิกสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด" เดมาไรส์กล่าว ผลการศึกษาของเธอและทีมวิจัย EIU ยังชี้ว่า บางประเทศอาจยังไม่สามารถฉีดวัคซีนให้พลเมืองทั้งหมดได้ภายในปี 2023 หรืออาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
วัคซีนโควิดอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญลำดับแรกที่ทุกประเทศต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมากและยังไม่พบผู้ป่วยกลุ่มใหญ่นัก แต่ตราบใดที่ยังมีแหล่งเพาะพันธุ์ไวรัสอยู่ พวกมันจะสามารถกลายพันธุ์และแพร่กระจายได้ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานวัคซีนจะเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอนและมีวิวัฒนาการต่อไป
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะเรากำลังผลิตวัคซีนได้ในอัตราที่เร็วยิ่งขึ้น แต่การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรโลก 7.7 พันล้านคนนั้น ถือเป็นงานช้างที่ยังไม่เคยมีมนุษย์ในยุคใดพยายามทำมาก่อน
ท้ายที่สุดแล้ว เดมาไรส์เห็นว่ารัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ควรจะพูดความจริงกับประชาชน "มันเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะพูดปฏิเสธ มันยากที่จะบอกว่าไม่...เราไม่อาจจะสร้างภูมิคุ้มกันในวงกว้างให้เกิดขึ้นได้ แม้ในอีกหลายปีต่อจากนี้ ไม่มีใครอยากจะพูดออกไปแบบนั้น"
งานวารสารศาสตร์เชิงข้อมูล โดย เบ็กกี เดล และ นาสซอส สตีลิอานู

































