มารู้จัก จอห์น เทอร์นัส ว่าที่ซีอีโอคนใหม่แอปเปิล ที่ทิม คุก ยกย่องว่ามี 'สมองแบบวิศวกร จิตวิญญาณของนักนวัตกรรม'

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, จอห์น เทอร์นัส จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิลในเดือน ก.ย. นี้
    • Author, คาลี เฮย์ส
    • Role, ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
    • Author, เดียร์เบล จอร์แดน
    • Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

บริษัทแอปเปิลประกาศแต่งตั้ง จอห์น เทอร์นัส เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เพื่อรับตำแหน่งต่อจาก ทิม คุก ผู้ที่นำบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้มาเป็นเวลา 15 ปีซึ่งกำลังเตรียมก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอและจะไปดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร

จอห์น เทอร์นัสทำงานกับแอปเปิลมาเป็นเวลา 25 ปี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ และจะเข้ารับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 1 ก.ย. นี้

ก่อนหน้านี้ คุกดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิลมาตั้งแต่ปี 2011 หลังจากผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท สตีฟ จอบส์ ลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพเพียงไม่นานก่อนจะเสียชีวิต

ทั้งนี้ทิม คุก จะยังคงทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อนเพื่อทำงานร่วมกับเทอร์นัสในช่วงเปลี่ยนผ่านตำแหน่ง หลังจากนั้นเขาจะหันไป "ช่วยสนับสนุนบริษัทในบางด้าน และรวมไปถึงสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก"

ก่อนที่ทิม คุก จะตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีกระแสคาดการณ์มาหลายเดือนว่าแอปเปิลกำลังมองหาผู้สืบทอดตำแหน่ง

คุกกล่าวว่าหน้าที่ซีอีโอเป็น "เกียรติสูงสุดในชีวิตของผม" และในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง เขาได้นำพาบริษัทให้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

ในปี 2018 แอปเปิลกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกที่มีมูลค่าตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) และปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าราว 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (128 ล้านล้านบาท)

คุกอธิบายว่าเทอร์นัสเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมระบุว่าเขามี "สมองแบบวิศวกร จิตวิญญาณของนักนวัตกรรม และหัวใจที่นำองค์กรด้วยความซื่อสัตย์และเกียรติยศ"

"เขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการนำแอปเปิลก้าวสู่อนาคตโดยปราศจากข้อกังขาใด ๆ" คุกกล่าวเสริม

เทอร์นัสกลายเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากคุกตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจาก เจฟฟ์ วิลเลียมส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่อยู่กับบริษัทมาอย่างยาวนานอีกรายหนึ่งลาออกจากบริษัท

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ทำงานกับแอปเปิล เทอร์นัสมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์หลักแทบทุกชนิดที่บริษัทเปิดตัว รวมถึงไอแพดทุกรุ่น ไอโฟนหลายเจเนอเรชัน ตลอดจนการเปิดตัวแอร์พอดส์และแอปเปิลวอทช์

เขายังเป็นผู้ดูแลการเปลี่ยนผ่านหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์แมคมาใช้ชิปที่แอปเปิลออกแบบเอง

เทอร์นัสยังเคยทำงานภายใต้การนำของ สตีฟ จอบส์ ด้วย และในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) เขาเรียกคุกว่าเป็น "ผู้ที่หล่อหลอมเขามา"

"ผมเห็นว่าอนาคตที่เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในปีต่อ ๆ ไปนั้นสดใสอย่างยิ่ง" เทอร์นัสกล่าว

"การสร้างความแตกต่าง"

การแต่งตั้งผู้นำซึ่งมีพื้นฐานมาจากสายงานผลิตภัณฑ์และฮาร์ดแวร์ อาจช่วยให้แอปเปิลหลุดพ้นจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งของทิม คุก ซึ่งถูกมองว่าบริษัทขาดความสามารถในการสร้างนวัตกรรม

แม้คุกจะเป็นผู้ดูแลให้แอปเปิลได้กำไรประจำปีเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า พร้อมทั้งขยายการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลกอย่างกว้างขวาง แต่สายผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังคงแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลง

ดิปันจัน แชตเตอร์จี นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทฟอร์เรสเตอร์ กล่าวชื่นชมความมั่นคงทางการเงินที่คุกนำมาสู่แอปเปิล แต่ตั้งข้อสังเกตว่าเขาไม่ได้มอบผลิตภัณฑ์ระดับตำนานอย่างไอโฟนให้กับบริษัทแต่อย่างใด หากเป็นเช่นนั้นก็จะช่วยเปิดทางให้เทอร์นัสประสบความสำเร็จต่อเนื่องไปอีก 20 ปี

แชตเตอร์จีกล่าวว่า แอปเปิล "ยังคงพึ่งพาโทรศัพท์มือถือเป็นโครงสร้างหลัก" ขณะที่บริษัทกำลัง "แสวงหาเครื่องยนต์เร่งโตตัวถัดไป"

เขายังระบุว่า การแต่งตั้งเทอร์นัสสะท้อนว่าแอปเปิลกำลังแสวงหา "ความแตกต่าง" ให้ผลิตภัณฑ์ของตน พร้อมเสริมว่าผู้นำคนใหม่ "ต้องต้านทานแรงดึงดูดของการพัฒนาเพียงเล็กน้อยซึ่งถ่วงรั้งแอปเปิลในช่วงหลัง และหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงของไอโฟน"

ด้านกิล ลูเรีย กรรมการผู้จัดการของบริษัทดีเอ เดวิดสัน แอนด์ โค กล่าวว่า การมีผู้นำซึ่งให้ความสำคัญกับฮาร์ดแวร์อย่างมากในเวลานี้ แสดงให้เห็นว่าแอปเปิลกำลังจะทุ่มพลังเพิ่มขึ้นกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น โทรศัพท์พับได้ และอุปกรณ์สวมใส่ อย่างแว่นตาอัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้ยังเผชิญเสียงวิจารณ์ว่ตอบสนองต่อความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้นได้ช้าเกินไป และท้ายที่สุดได้เลือกผนวกรวมเทคโนโลยีแชทจีพีที (ChatGPT) ของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) เข้ากับระบบปฏิบัติการของตน

หลังมีการประกาศเมื่อวันจันทร์ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอได้เขียนข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า "ทิม คุก คือบุคคลระดับตำนาน

"ผมรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับทุกสิ่งที่เขาได้ทำ และรู้สึกขอบคุณแอปเปิลเป็นอย่างมาก"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทิม คุก เข้ามานำแอปเปิลตั้งแต่ปี 2011 โดยรับช่วงต่อจากสตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท

เมื่อทิม คุกเข้าร่วมงานกับแอปเปิล เขาไม่ได้มาจากสายงานฮาร์ดแวร์หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ก่อนหน้านั้น เขาทำงานในบทบาทผู้บริหารด้านธุรกิจให้กับบริษัทอย่างไอบีเอ็ม (IBM) และคอมแพ็ก (Compaq) มาหลายปี โดยเขาเป็นผู้บริหารสายเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นด้านการดำเนินงานและการส่งมอบสินค้า ระบบโลจิสติกส์ และตัวเลขยอดขาย มากกว่าการคิดค้นและเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่อย่างที่สตีฟ จอบส์ เป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องมากที่สุด

หนึ่งในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดในช่วงที่คุกดำรงตำแหน่ง คือ แอปเปิล วิชัน โปร (Apple Vision Pro) อุปกรณ์สวมศีรษะที่มีฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกเสมือนและเสริมความจริง ซึ่งไม่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ทักษะของเขาในฐานะผู้บริหารด้านการปฏิบัติการ ทำให้คุกถูกจดจำอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในผู้นำทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

ทิโมธี ฮับบาร์ด ศาสตราจารย์จากคณะบริหารธุรกิจเมนโดซา มหาวิทยาลัยนอเทรอดาม กล่าวว่า ยุคสมัยของคุกได้เปลี่ยนแอปเปิลให้กลายเป็นบริษัทที่ "เชี่ยวชาญที่สุดในการปรับปรุง พัฒนาในวงกว้าง และปกป้องระบบที่ทรงพลังอย่างยิ่ง"

"คำถามที่แท้จริงในเวลานี้คือ องค์กรเดียวกันนี้จะสามารถปรับทิศทางไปสู่การแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเร็ว ความไม่แน่นอน และความเต็มใจในการทดลองมากขึ้น" เขากล่าว

แอปเปิลลังเลในการก้าวเข้าสู่ผลิตภัณฑ์และบริการด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทแตกต่างจากคู่แข่งอย่างกูเกิล ไมโครซอฟต์ และเมตา ซึ่งใช้จ่ายเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในด้านนี้

ฮับบาร์ดกล่าวว่า การมีผู้นำคนใหม่อาจบ่งชี้ว่าแอปเปิลกำลังสนใจสร้างกลยุทธ์เพื่อบูรณาการเอไอเข้ากับฮาร์ดแวร์ของตนให้ลึกยิ่งขึ้น

เขากล่าวเสริมว่า "แอปเปิลครองความเป็นผู้นำได้ด้วยจุดแข็งอย่างความเนี้ยบ ความประณีต และการควบคุม แต่จุดแข็งนี้อาจกลายเป็นข้อจำกัดหากยุคต่อไปแอปเปิลต้องการหันไปให้ความสำคัญกับความเปิดกว้างและการปรับตัวที่รวดเร็วยิ่งขึ้น"

"จุดเริ่มต้นของแอปเปิลคือการสร้างนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว และบริษัทอาจจำเป็นต้องหวนกลับไปจุดนั้นอีกครั้ง"