เรือลำหนึ่งแล่นมุ่งหน้าไปยังชั้นน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่าน โดยมีแถบสีน้ำเงินสดใสอยู่ที่ฐานตรงจุดที่มันสัมผัสกับทะเล ภายใต้ท้องฟ้าขั้วโลกที่เต็มไปด้วยเมฆ

ภูเขาน้ำแข็งที่เคยใหญ่ที่สุดในโลก ตอนนี้เหลือเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนสลายตัว

เรื่องราวของภูเขาน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในโลกลูกหนึ่ง กำลังเดินทางเข้าใกล้ปัจฉิมบทแล้ว หลังมันหลุดลอยและพลัดพรากจากแหล่งกำเนิดมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี โดยเป็นที่สนใจจับตามองของบรรดานักวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง

ครั้งหนึ่งภูเขาน้ำแข็ง A23a เคยเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความกว้างครอบคลุมพื้นที่ใหญ่กว่าสองเท่าของมหานครลอนดอนเลยทีเดียว

แต่หลังจากที่ต้องเผชิญเส้นทางอันผกผันคดเคี้ยวในมหาสมุทร A23a ได้ละลายและแตกตัวออก โดยมีการสลายตัวครั้งมโหฬารตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

แผนที่ลูกโลกโทนมืดที่มีมหาสมุทรแอตแลนติกใต้เป็นศูนย์กลาง โดยมีทวีปอเมริกาใต้อยู่ทางตะวันตก แอฟริกาอยู่ทางตะวันออก และแอนตาร์กติกาอยู่ทางตอนใต้ เส้นสีน้ำเงินอ่อนแสดงเส้นทางการเคลื่อนที่ของภูเขาน้ำแข็ง A23a ขณะที่มันเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือจากแอนตาร์กติกาสู่มหาสมุทรเปิด

บัดนี้ภูเขาน้ำแข็ง A23a ได้ล่องลอยออกห่างจากผืนน้ำเย็นยะเยือกใกล้ทวีปแอนตาร์กติกาไปมากแล้ว ก้อนน้ำแข็งยักษ์ส่วนที่เหลืออยู่จึงถูกกัดเซาะให้ละลายด้วยน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ทำให้มันย่างเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยคาดว่าจะละลายจนหมดไป ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แม้ท้ายที่สุดแล้ว ภูเขาน้ำแข็งทุกลูกจะต้องละลายจนหมดสิ้นไปในวันหนึ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาช่วงเวลาของการแตกสลายนี้ เพื่อมองหาเบาะแสที่จะให้คำตอบได้ว่า ผืนน้ำแข็งส่วนอื่น ๆ ของทวีปแอนตาร์กติกา จะตอบสนองอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 

“มันช่างเป็นการเดินทางที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” ศ.ไมก์ เมเรดิธ จากองค์กรสำรวจมหาสมุทรแอนตาร์กติกแห่งอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์กล่าว “แต่ตอนนี้มันเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว”

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของภูเขาน้ำแข็ง A23a ในช่วงเดือนสุดท้ายแห่งการดำรงอยู่ของมัน

ชั้นน้ำแข็งสูงตระหง่านตั้งขึ้นเป็นกำแพงแนวตั้งเหนือผืนน้ำทะเลที่สงบ น้ำมีสีเขียวเทอร์ควอยซ์ในบริเวณที่สามารถมองเห็นน้ำแข็งใต้ผิวน้ำ ตัดกับสีน้ำเงินเข้มของมหาสมุทร พื้นผิวน้ำแข็งทอดยาวเรียบไปไกลสุดสายตา ภายใต้ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ปกคลุมด้วยเมฆ
ภาพจากโดรนสำรวจ เผยให้เห็นช่องเว้าและส่วนโค้งของภูเขาน้ำแข็ง A23a เมื่อปี 2023

อันดับแรกเราต้องย้อนไปเมื่อปี 1986 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทางตอนเหนือของยูเครน นอกจากนี้ แกรี ลินิเกอร์ นักฟุตบอลชาวอังกฤษ ยังได้รางวัลรองเท้าทองคำจากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก ส่วนวิตนีย์ ฮิวสตัน นักร้องหญิงระดับตำนาน ก็ได้รับรางวัลแกรมมีเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอด้วย

ในขณะที่ทั่วโลกมุ่งให้ความสนใจกับสิ่งอื่น หิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์ ซึ่งเป็นผืนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยตัวอยู่เหนือทะเลเวดเดลล์ โดยมีรูปร่างเหมือนลิ้นที่ยื่นออกไปจากทวีปแอนตาร์กติกา ก็กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง หนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่กำลังจะแตกตัวออกไปก็คือ A23a ซึ่งในตอนนั้นมีความกว้างถึง 4,000 ตารางกิโลเมตร

หลังจากนั้นไม่นาน ภูเขาน้ำแข็งยักษ์ดังกล่าวก็ลอยไปติดตื้น ในหล่มโคลนของพื้นทะเลเวดเดลล์ โดยติดอยู่แน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนนานกว่า 30 ปี จนกระทั่งในปี 2020 นักวิทยาศาสตร์จึงสังเกตเห็นว่ามันเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง

แผนที่ลักษณะภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงปลายตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้และขอบด้านเหนือของทวีปแอนตาร์กติกา โดยมีการระบุชื่อคาบสมุทรแอนตาร์กติก จุดสีขาวขนาดเล็กแสดงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของภูเขาน้ำแข็ง A23 ในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีการระบุชื่อทะเลเวดเดลล์และหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
แผนที่เดียวกับก่อนหน้านี้ แต่จุดได้เคลื่อนที่ไปแล้ว โดยทิ้งร่องรอยเป็นเส้นทางแสดงการเคลื่อนที่ของภูเขาน้ำแข็งระหว่างปี 2022 ถึง 2023 ขณะที่มันเคลื่อนตัวขึ้นไปตามแนวคาบสมุทรแอนตาร์กติก นอกจากนี้ยังมีการระบุชื่อหมู่เกาะเซาท์ออร์คนีย์เพิ่มเติมอีกด้วย

ต่อมาในปี 2022 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ได้เคลื่อนตัวลัดเลาะไปช้า ๆ ตามแนวชายฝั่งของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

แผนที่เดียวกันแต่ระบุปีเป็น 2024 จุดยังคงเคลื่อนที่ต่อไป และเส้นทางของภูเขาน้ำแข็งแสดงให้เห็นว่ามันได้ไปถึงตอนบนของคาบสมุทรแอนตาร์กติกแล้ว นอกจากหมู่เกาะเซาท์ออร์คนีย์และชื่อสถานที่อื่น ๆ ที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ยังมีการระบุชื่อเซาท์จอร์เจียเพิ่มเติมอีกด้วย

มันถูกกระแสน้ำพัดพาให้เคลื่อนที่ไปตามสภาพภูมิประเทศของพื้นทะเล จนในที่สุดก็ล่องลอยไปตามเส้นทาง “ตรอกภูเขาน้ำแข็ง” อันเลื่องชื่อ มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะออร์กนีย์ใต้

แผนที่เดียวกันแต่ระบุปีเป็น 2025 จุดยังคงเคลื่อนที่ต่อไป และเส้นทางของภูเขาน้ำแข็งแสดงด้วยเฉดสีที่เข้มขึ้นว่า มันใช้เวลานานขึ้นในบริเวณใกล้เคียงหมู่เกาะเซาท์ออร์คนีย์

เมื่อไปถึงจุดดังกล่าว การเดินทางของภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็มีอันต้องสะดุดหยุดลงอีกครั้ง เพราะเกิดไปติดอยู่ในวังน้ำวน ที่หมุนปั่นขึ้นมาจากพื้นทะเลถึงผิวน้ำเหมือนแกนหมุนขนาดยักษ์ ชื่อว่า “เสาเทย์เลอร์” (Taylor Column) โดยต้องหมุนวนอยู่ในจุดนั้นนานถึง 8 เดือน

แผนที่เดียวกันแต่ระบุปีเป็น 2026 โดยมีป้ายชื่อใหม่สำหรับ Northwest Georgia Rise ปรากฏขึ้น เส้นทางแสดงการเคลื่อนที่ต่อไปทางเหนือมากยิ่งขึ้น

หลังหลุดจากวังน้ำวนมาได้ ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไป โดยเคลื่อนเข้าหาเกาะจอร์เจียใต้ มันต้องมาติดตื้นอยู่ที่นอกชายฝั่งของเกาะแห่งนี้อีกสองสามเดือน แต่ก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ได้ ก่อนหลุดลอยเป็นอิสระอีกครั้ง โดย A23a ไม่ละลายหมดไปเหมือนภูเขาน้ำแข็งอื่น ๆ ที่มักจะมาพบจุดจบที่นี่

แผนที่เดียวกันสำหรับปี 2026 แต่แผนที่นี้แสดงเส้นทางจนถึงตำแหน่งของภูเขาน้ำแข็ง ณ ช่วงต้นเดือนมีนาคม

หลังจากนั้นมันถูกกระแสน้ำในมหาสมุทรพัดพาให้เคลื่อนที่ต่อไป โดยเดินทางเร็วขึ้นและเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือมากยิ่งขึ้น ก่อนจะลอยวนเกือบครบรอบตามทิศทางของเข็มนาฬิกา เมื่อช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้จะเป็นไปได้สูงว่า โลกในยุคบรรพกาลเคยมีภูเขาน้ำแข็งที่อายุยืนนานยิ่งกว่านี้มาก่อน แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า A23a คือภูเขาน้ำแข็งที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในยุคปัจจุบัน เพราะอย่างน้อยมันก็เก่าแก่ที่สุด ในบรรดาภูเขาน้ำแข็งที่สามารถตรวจจับและติดตามได้ด้วยดาวเทียม

“การที่มันอยู่ยั้งยืนยงมายาวนานมาก ทำให้การเดินทางครั้งนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริง ๆ” ดร.คริสโตเฟอร์ ชูแมน นักวิทยาศาสตร์วัยเกษียณ ผู้เคยทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ วิทยาเขตบัลติมอร์ของสหรัฐฯ กล่าว ดร.ชูแมนเปรียบเทียบการติดตามเส้นทางของ A23a เป็นเหมือนกับการติดตามชมละครโทรทัศน์ “เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้เห็นอะไรในตอนต่อไป”

ขนาดอันมหึมาของ A23a ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปในมหาสมุทรแอตแลนติกอันกว้างใหญ่ไพศาล อาจจะจินตนาการอยู่ได้ยากสักหน่อย แต่ลองสมมติดูว่า เราสามารถจับมันหย่อนลงในช่องแคบอังกฤษ ก็จะนึกภาพออกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในช่วงต้นปี 2025 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็ยังคงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แม้จะแยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งเดิมมานานถึง 39 ปีแล้วก็ตาม ในตอนนั้นมันมีความกว้างเท่ากับระยะทางตั้งแต่เกาะไอล์ออฟไวต์ (Isle of Wight) ไปจนถึงแคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศส ส่วนในปัจจุบัน มันยังคงมีความกว้างถึงครึ่งหนึ่งของช่องแคบอังกฤษ หรือครึ่งหนึ่งของระยะทางจากเมืองโดเวอร์ของอังกฤษ ไปจนถึงเมืองกาเลส์ของฝรั่งเศสนั่นเอง

แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงตอนใต้ของอังกฤษ ตอนเหนือของฝรั่งเศส และช่องแคบอังกฤษ โดยมีการล้อมกรอบเกรเทอร์ลอนดอนพร้อมระบุพื้นที่ว่า 1,572 ตารางกิโลเมตร ในช่องแคบมีพื้นที่แรเงา 2 จุดเพื่อแสดงการเปรียบเทียบขนาดของภูเขาน้ำแข็งที่เล็กลง |||
                                                                                
                                                                                ในเดือนมกราคม ปี 2025 ภูเขาน้ำแข็งมีขนาดประมาณ 3,600 ตารางกิโลเมตร และสามารถวางพอดีระหว่างฝรั่งเศสกับเกาะไวต์ได้ ส่วนภายในวันที่ 5 มีนาคม ปี 2026 มันมีขนาดประมาณ 180 ตารางกิโลเมตร และสามารถวางพอดีระหว่างโดเวอร์กับกาเลส์ได้

“การที่ได้เฝ้าดูมันอยู่ในสภาพคงตัวมายาวนานมาก แต่กลับต้องมาเห็นมันสลายตัวลงอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงปีเดียว ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์” ดร.แคเทอรีน วอล์กเกอร์ จากสถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮลของสหรัฐฯ กล่าว เธอผู้นี้ยังเกิดในปีเดียวกับที่ A23a เริ่มแยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาด้วย

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ภูเขาน้ำแข็ง A23a มีขนาดเล็กลงราวหนึ่งในสี่ของขนาดดั้งเดิม เนื่องจากมีก้อนน้ำแข็งใหญ่แตกตัวแยกออกไปหลายก้อน และน้ำในมหาสมุทรยังกัดเซาะละลายด้านข้างและส่วนฐานของมันไปมากด้วย ส่งผลให้ในช่วงกลางปีนั้น A23a ต้องสูญเสียตำแหน่งภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกไป ทว่าโครงสร้างโดยรวมของมันก็ยังดูแข็งแกร่งทนทานอยู่

ภาพแสดงภูเขาน้ำแข็งขนาดเล็กที่มียอดราบอยู่ในเบื้องหน้า ซึ่งแตกตัวออกมาจากแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
การฝึกบินลาดตระเวนของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรที่มีขึ้นเป็นประจำ ได้บินสำรวจเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ในเดือนมี.ค. ปี 2025 และได้จับภาพก้อนน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่หลุดออกมาจาก A23a เอาไว้ได้ ที่ฉากหลังของภาพนี้

ต่อมาในเดือน ส.ค. และเดือน ก.ย. ของปีเดียวกัน A23a เดินทางมาถึงบริเวณหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ โดยลอยตัวอยู่เหนือเนินเขาใต้มหาสมุทรจอร์เจีย ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเนินดินใต้ทะเลแห่งนี้สูงราว 2-3 กิโลเมตร ห่างจากหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ไปทางตะวันออกราว 1,500 กิโลเมตร

ตรงจุดนี้ภูเขาน้ำแข็ง A23a หมุนติ้วอยู่บนแกนขนาดมหึมา ที่เกิดจากน้ำทะเลหมุนปั่นขึ้นมาจากพื้นด้านล่างเป็นลำ แต่ก็ติดอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่สัปดาห์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแรงกระทำเชิงกลที่มันได้รับในจุดนี้ ส่งผลให้โครงสร้างภูเขาน้ำแข็งที่อ่อนแอลงอยู่แล้วเพราะน้ำอุ่น ยิ่งสลายตัวมากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเก่า

หลังจากนั้นน้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์จำนวนมาก เริ่มแยกตัวออกจาก A23a อย่างต่อเนื่องไม่เว้นวัน น้ำแข็งก้อนมหึมาเหล่านี้ใหญ่โตพอที่จะมีชื่อเป็นของตนเอง เช่น A23g, A23h และ A23i ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงว่ามันแตกตัวออกมาจาก A23a นั่นเอง

ลำดับภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงภูเขาน้ำแข็ง A23a แตกออกเป็นชิ้นเล็กลงระหว่างเดือนมกราคม 2025 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 แต่ละภาพมีการระบุวันที่ และติดป้ายชื่อชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น A23b, A23g, A23h, A23i และ A23j พร้อมทั้งแสดงลักษณะที่มองเห็นได้ เช่น แอ่งน้ำจากการละลาย (melt ponds) แนวสันน้ำแข็ง (ramparts) และบริเวณที่เป็นมวลน้ำแข็งปะปนกัน (ice mélange)

เมื่อเดือน ธ.ค. ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิของซีกโลกใต้พุ่งขึ้นสูงสุดในฤดูร้อน ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็ถูกสภาพอากาศอันอบอุ่นโจมตีด้วย น้ำที่ละลายจากภูเขาน้ำแข็งปรากฏขึ้นเป็นร่องลึกหลายเมตร ดูคล้ายเส้นสีฟ้าสดใสที่ผิวหน้า แต่น้ำขังเหล่านี้ยังคงอยู่กับที่ไม่ไหลไปไหน เพราะขอบกำแพงน้ำแข็งที่เหมือนกับเชิงเทินของป้อมปราการ ช่วยกั้นขวางมันเอาไว้

“มองดูก็สวยงามดี แต่เป็นสัญญาณเตือนที่น่าตระหนกว่า มีการละลายเกิดขึ้นทั้งที่ด้านบนและด้านล่างของภูเขาน้ำแข็งแล้ว” ศ.เมเรดิธกล่าว “เมื่อมาถึงจุดนี้เราจึงตระหนักได้ว่า โครงสร้างของภูเขาน้ำแข็งเปื่อยยุ่ยถึงขั้นพร้อมสลายตัว มันคงจะอยู่ในสภาพเดิมต่อไปได้อีกไม่นาน” 

“เมื่อมีน้ำซึ่งเป็นของเหลวที่หนักกว่าน้ำแข็งมาก ถูกกักให้ขังอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งที่สูงลิ่วนั้น น้ำย่อมต้องการจะไหลลงมาเป็นธรรมดา” ดร.วอล์กเกอร์กล่าว “หากคุณปล่อยให้น้ำนั้นซึมซาบลงมาตามรอยแยกในน้ำแข็งได้ มันจะทำให้รอยแยกนั้นถ่างกว้างขึ้น จนกระทั่งเนื้อน้ำแข็งร้าว หรือแตกแยกออกเป็นก้อนใหญ่”

การเกิดรอยแยกในน้ำแข็งเนื่องจากน้ำที่เป็นของเหลว ซึ่งเรียกว่า hydrofracture คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ A23a ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 และช่วงต้นเดือน ม.ค. 2026

หลักฐานที่ยืนยันถึงปรากฏการณ์นี้ คือผงละเอียดที่เป็นส่วนผสมของน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ และหิมะ ที่เรียกว่า “มีลอนจ์” (mélange) ซึ่งกองกันอยู่ใกล้ส่วนฐานของภูเขาน้ำแข็งก้อนหลัก ดร.ชูแมนบอกว่า มันคือสิ่งที่ถูกขับและผลักดันให้ออกมาจากภายในภูเขาน้ำแข็ง เพราะการระบายน้ำที่ไหลซึมซาบลงมาจากยอดของมัน

ภาพถ่ายทางอากาศของภูเขาน้ำแข็งที่ถ่ายจากสถานีอวกาศนานาชาติ ผ่านชั้นเมฆบาง ๆ ภาพแสดงให้เห็นว่ามันถูกรายล้อมด้วยภูเขาน้ำแข็งขนาดเล็กและเศษน้ำแข็งที่แตกกระจายอยู่โดยรอบ
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2025 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ถูกพบเห็นและบันทึกภาพไว้ได้จากสถานีอวกาศนานาชาติ

การละลายตัวและแตกออกของภูเขาน้ำแข็งยักษ์อย่าง A23a ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่อาจไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเสมอไป แต่ขณะนี้บางส่วนของทวีปแอนตาร์กติกา ก็กำลังมีภูเขาน้ำแข็งแยกตัวออกไปเพิ่มขึ้น ในอัตราที่เร็วกว่าการสะสมตัวของหิ้งน้ำแข็งจะมาทดแทนได้ทัน

นักวิทยาศาสตร์กำลังจับตาสังเกตการณ์ A23a ซึ่งกำลังสลายตัวอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาเบาะแสที่จะช่วยบอกว่า ทวีปแอนตาร์กติกาจะตอบสนองอย่างไรต่ออุณหภูมิที่กำลังสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหิ้งน้ำแข็งที่มีรูปร่างเหมือนลิ้น ซึ่งยื่นเหยียดออกไปจากธารน้ำแข็งลงสู่มหาสมุทร

หิ้งน้ำแข็งนั้นมีบทบาทสำคัญ ต่อเสถียรภาพของผืนน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติกส่วนใหญ่ แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า หิ้งน้ำแข็งอาจพังทลายลงในภาวะที่ภูมิอากาศอบอุ่นขึ้นได้รวดเร็วขนาดไหน และจะส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างไร

แม้จะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ ดร.วอล์กเกอร์บอกว่า ภูเขาน้ำแข็งก็สามารถเป็น “ห้องทดลองเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ” สำหรับใช้ค้นหาคำตอบ เรื่องกระบวนการละลายตัวของน้ำแข็งในซีกโลกใต้ได้ 

“เราเรียนรู้ได้มากมายจากภูเขาน้ำแข็งยักษ์เหล่านี้ เช่นดูว่ามันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในสภาวะที่อุณหภูมิสูงขึ้น ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้มาทำแผนที่และแบบจำลอง เพื่อใช้ทำนายว่าหิ้งน้ำแข็งจะเป็นเช่นไรในสภาพการณ์ต่าง ๆ” 

ในช่วง 11 วัน ก่อนจะถึงวันที่ 22 ก.พ. 2026 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ที่ตอนนี้เล็กลงและเบาลงกว่าเดิม ได้เดินทางไกลกว่า 700 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ด้วยความเร็วเฉลี่ย 2.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเดินทางเที่ยวนี้ทำให้ A23a สัมผัสกับน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ในระดับเฉียดใกล้ 10 องศาเซลเซียสที่ผิวน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง

“ในแต่ละวัน มันจมแช่และถลำลึกเข้าไปในน่านน้ำที่อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็งในแก้วเครื่องดื่มของเรา มันใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนจะสลายหายไปหมด” ดร.ชูแมนกล่าว

แผนที่แบบวงกลมสองแผนที่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ทวีปแอนตาร์กติกา แสดงค่าอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสำหรับเดือนมกราคม ปี 2026 ทั้งสองใช้สเกลสีตั้งแต่สีน้ำเงินเข้มสำหรับบริเวณที่หนาวมาก ไปจนถึงสีแดงสำหรับบริเวณที่อุ่นกว่า เส้นทางที่แสดงการเคลื่อนที่ของภูเขาน้ำแข็ง A23a แสดงให้เห็นว่ามันได้เคลื่อนจากบริเวณทะเลและอากาศที่มีสีขาวหรือหนาวเย็นรอบคาบสมุทรแอนตาร์กติก ไปสู่บริเวณที่อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ของมหาสมุทรแอตแลนติก

ตลอดช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา A23a ถูกกระแสน้ำในมหาสมุทร พัดพาให้หมุนวนตามเข็มนาฬิกาจนเกือบจะครบรอบ ซึ่งนี่อาจเป็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวสุดท้ายของมันก็เป็นได้

ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ภูเขาน้ำแข็งเกิดรอยร้าวแบบ hydrofracture เพิ่มขึ้น ซึ่งศ.เอเดรียน ลักค์แมน จากมหาวิทยาลัยสวอนซีของสหราชอาณาจักร บอกว่า “มันคือหลักฐานยืนยันถึงการสลายตัวอย่างฉับพลัน ที่ไม่อาจปฏิเสธได้”

แม้ในอดีตจะมีภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ที่สามารถเดินทางต่อไปได้ไกลกว่าจุดที่ A23a อยู่ แต่มันก็เป็นภูเขาน้ำแข็งจากมหาสมุทรแอนตาร์กติก ที่ถูกนักวิทยาศาสตร์ติดตามสังเกตการณ์ขณะเดินทางขึ้นเหนือเป็นระยะทางไกลที่สุด โดยในตอนนี้มันอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ยิ่งกว่ากรุงลอนดอนเสียอีก

การจมแช่อยู่ในน้ำทะเลอุ่นเป็นเวลานาน หมายความว่าภูเขาน้ำแข็ง A23a จะต้องแตกตัวและละลายหายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด แม้ขณะนี้ใกล้จะถึงช่วงฤดูหนาวของซีกโลกใต้แล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ภูเขาน้ำแข็ง A23a น่าจะได้หดตัวลงจนเหลือพื้นที่เพียง 180 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตามนี่เป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไปได้เล็กน้อย ในแต่ละทีมวิจัย

แผนภูมิพื้นที่แบบขั้นบันไดสีฟ้าที่ติดตามขนาดของภูเขาน้ำแข็ง A23a ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 โดยภูเขาน้ำแข็งเริ่มต้นที่ขนาดมากกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร ค่อย ๆ สูญเสียมวลลงตลอดปี 2024 และ 2025 จากนั้นลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี 2025 และต้นปี 2026 จนเหลือประมาณ 310 ตารางกิโลเมตรภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026
                                                                                    
                                                                                    มีหมายเหตุอธิบายว่า ค่าตัวเลขจนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 มาจากศูนย์น้ำแข็งแห่งชาติของสหรัฐฯ (US National Ice Center) ส่วนค่าช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นการประมาณโดย BBC

เมื่อใดก็ตามที่มันละลายตัว จนมีขนาดเหลือเพียง 70 ตารางกิโลเมตร ดร.ลักค์แมนบอกว่า นักวิทยาศาสตร์จะยุติการเฝ้าติดตามสังเกตการณ์ ซึ่งอาจจะเป็นในอีกไม่ช้าไม่นานแล้ว

“ร่องรอยของการมีอยู่ทั้งหมดของมันจะสูญสลายหายไป อย่างมากภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้”

ครีบอันเป็นเอกลักษณ์และลวดลายสีขาวดำของวาฬเพชฌฆาต (ออร์กา) สามตัวมองเห็นได้ในทะเลที่คลื่นลมแรง โดยมีฉากหลังเป็นหน้าผาน้ำแข็งสูงตระหง่านของภูเขาน้ำแข็งซึ่งประกอบด้วยชั้นน้ำแข็งสีฟ้าและสีขาว และพื้นผิวที่ถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปทรงต่าง ๆ
ฝูงวาฬเพชฌฆาตกำลังสำรวจภูเขาน้ำแข็ง A23a เมื่อเดือนธ.ค. ปี 2023 โดยภาพนี้ถ่ายจากดาดฟ้าเรือวิจัยหลวง RRS Sir David Attenborough

ภาพประกอบจาก:

Capture North Studios / โครงการ MODIS ขององค์การนาซา / ศูนย์อวกาศจอห์นสันขององค์การนาซา / สถานีอวกาศนานาชาติ / กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร / กระทรวงกลาโหม / โรแซนน์ สมิธ / องค์การสำรวจมหาสมุทรแอนตาร์กติกแห่งอังกฤษ

ข้อมูลจาก:

ฐานข้อมูลติดตามภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติก / มหาวิทยาลัยบริกแฮมยัง / ศูนย์น้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐฯ / โครงการ MODIS ขององค์การนาซา / ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป (ECMWF) / ฐานข้อมูล ERA5 / ฐานข้อมูล Natural Earth / การวิเคราะห์ของบีบีซี