เรื่องราวของภูเขาน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในโลกลูกหนึ่ง กำลังเดินทางเข้าใกล้ปัจฉิมบทแล้ว หลังมันหลุดลอยและพลัดพรากจากแหล่งกำเนิดมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี โดยเป็นที่สนใจจับตามองของบรรดานักวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง
ครั้งหนึ่งภูเขาน้ำแข็ง A23a เคยเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความกว้างครอบคลุมพื้นที่ใหญ่กว่าสองเท่าของมหานครลอนดอนเลยทีเดียว
แต่หลังจากที่ต้องเผชิญเส้นทางอันผกผันคดเคี้ยวในมหาสมุทร A23a ได้ละลายและแตกตัวออก โดยมีการสลายตัวครั้งมโหฬารตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
บัดนี้ภูเขาน้ำแข็ง A23a ได้ล่องลอยออกห่างจากผืนน้ำเย็นยะเยือกใกล้ทวีปแอนตาร์กติกาไปมากแล้ว ก้อนน้ำแข็งยักษ์ส่วนที่เหลืออยู่จึงถูกกัดเซาะให้ละลายด้วยน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ทำให้มันย่างเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยคาดว่าจะละลายจนหมดไป ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
แม้ท้ายที่สุดแล้ว ภูเขาน้ำแข็งทุกลูกจะต้องละลายจนหมดสิ้นไปในวันหนึ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาช่วงเวลาของการแตกสลายนี้ เพื่อมองหาเบาะแสที่จะให้คำตอบได้ว่า ผืนน้ำแข็งส่วนอื่น ๆ ของทวีปแอนตาร์กติกา จะตอบสนองอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
“มันช่างเป็นการเดินทางที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” ศ.ไมก์ เมเรดิธ จากองค์กรสำรวจมหาสมุทรแอนตาร์กติกแห่งอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์กล่าว “แต่ตอนนี้มันเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว”
ต่อไปนี้คือเรื่องราวของภูเขาน้ำแข็ง A23a ในช่วงเดือนสุดท้ายแห่งการดำรงอยู่ของมัน
อันดับแรกเราต้องย้อนไปเมื่อปี 1986 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทางตอนเหนือของยูเครน นอกจากนี้ แกรี ลินิเกอร์ นักฟุตบอลชาวอังกฤษ ยังได้รางวัลรองเท้าทองคำจากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก ส่วนวิตนีย์ ฮิวสตัน นักร้องหญิงระดับตำนาน ก็ได้รับรางวัลแกรมมีเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอด้วย
ในขณะที่ทั่วโลกมุ่งให้ความสนใจกับสิ่งอื่น หิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์ ซึ่งเป็นผืนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ลอยตัวอยู่เหนือทะเลเวดเดลล์ โดยมีรูปร่างเหมือนลิ้นที่ยื่นออกไปจากทวีปแอนตาร์กติกา ก็กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง หนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่กำลังจะแตกตัวออกไปก็คือ A23a ซึ่งในตอนนั้นมีความกว้างถึง 4,000 ตารางกิโลเมตร
หลังจากนั้นไม่นาน ภูเขาน้ำแข็งยักษ์ดังกล่าวก็ลอยไปติดตื้น ในหล่มโคลนของพื้นทะเลเวดเดลล์ โดยติดอยู่แน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนนานกว่า 30 ปี จนกระทั่งในปี 2020 นักวิทยาศาสตร์จึงสังเกตเห็นว่ามันเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง
แม้จะเป็นไปได้สูงว่า โลกในยุคบรรพกาลเคยมีภูเขาน้ำแข็งที่อายุยืนนานยิ่งกว่านี้มาก่อน แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า A23a คือภูเขาน้ำแข็งที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในยุคปัจจุบัน เพราะอย่างน้อยมันก็เก่าแก่ที่สุด ในบรรดาภูเขาน้ำแข็งที่สามารถตรวจจับและติดตามได้ด้วยดาวเทียม
“การที่มันอยู่ยั้งยืนยงมายาวนานมาก ทำให้การเดินทางครั้งนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริง ๆ” ดร.คริสโตเฟอร์ ชูแมน นักวิทยาศาสตร์วัยเกษียณ ผู้เคยทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ วิทยาเขตบัลติมอร์ของสหรัฐฯ กล่าว ดร.ชูแมนเปรียบเทียบการติดตามเส้นทางของ A23a เป็นเหมือนกับการติดตามชมละครโทรทัศน์ “เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้เห็นอะไรในตอนต่อไป”
ขนาดอันมหึมาของ A23a ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปในมหาสมุทรแอตแลนติกอันกว้างใหญ่ไพศาล อาจจะจินตนาการอยู่ได้ยากสักหน่อย แต่ลองสมมติดูว่า เราสามารถจับมันหย่อนลงในช่องแคบอังกฤษ ก็จะนึกภาพออกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในช่วงต้นปี 2025 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็ยังคงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แม้จะแยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งเดิมมานานถึง 39 ปีแล้วก็ตาม ในตอนนั้นมันมีความกว้างเท่ากับระยะทางตั้งแต่เกาะไอล์ออฟไวต์ (Isle of Wight) ไปจนถึงแคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศส ส่วนในปัจจุบัน มันยังคงมีความกว้างถึงครึ่งหนึ่งของช่องแคบอังกฤษ หรือครึ่งหนึ่งของระยะทางจากเมืองโดเวอร์ของอังกฤษ ไปจนถึงเมืองกาเลส์ของฝรั่งเศสนั่นเอง
“การที่ได้เฝ้าดูมันอยู่ในสภาพคงตัวมายาวนานมาก แต่กลับต้องมาเห็นมันสลายตัวลงอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงปีเดียว ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์” ดร.แคเทอรีน วอล์กเกอร์ จากสถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮลของสหรัฐฯ กล่าว เธอผู้นี้ยังเกิดในปีเดียวกับที่ A23a เริ่มแยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาด้วย
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ภูเขาน้ำแข็ง A23a มีขนาดเล็กลงราวหนึ่งในสี่ของขนาดดั้งเดิม เนื่องจากมีก้อนน้ำแข็งใหญ่แตกตัวแยกออกไปหลายก้อน และน้ำในมหาสมุทรยังกัดเซาะละลายด้านข้างและส่วนฐานของมันไปมากด้วย ส่งผลให้ในช่วงกลางปีนั้น A23a ต้องสูญเสียตำแหน่งภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกไป ทว่าโครงสร้างโดยรวมของมันก็ยังดูแข็งแกร่งทนทานอยู่
ต่อมาในเดือน ส.ค. และเดือน ก.ย. ของปีเดียวกัน A23a เดินทางมาถึงบริเวณหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ โดยลอยตัวอยู่เหนือเนินเขาใต้มหาสมุทรจอร์เจีย ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเนินดินใต้ทะเลแห่งนี้สูงราว 2-3 กิโลเมตร ห่างจากหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ไปทางตะวันออกราว 1,500 กิโลเมตร
ตรงจุดนี้ภูเขาน้ำแข็ง A23a หมุนติ้วอยู่บนแกนขนาดมหึมา ที่เกิดจากน้ำทะเลหมุนปั่นขึ้นมาจากพื้นด้านล่างเป็นลำ แต่ก็ติดอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่สัปดาห์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแรงกระทำเชิงกลที่มันได้รับในจุดนี้ ส่งผลให้โครงสร้างภูเขาน้ำแข็งที่อ่อนแอลงอยู่แล้วเพราะน้ำอุ่น ยิ่งสลายตัวมากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเก่า
หลังจากนั้นน้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์จำนวนมาก เริ่มแยกตัวออกจาก A23a อย่างต่อเนื่องไม่เว้นวัน น้ำแข็งก้อนมหึมาเหล่านี้ใหญ่โตพอที่จะมีชื่อเป็นของตนเอง เช่น A23g, A23h และ A23i ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงว่ามันแตกตัวออกมาจาก A23a นั่นเอง
เมื่อเดือน ธ.ค. ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิของซีกโลกใต้พุ่งขึ้นสูงสุดในฤดูร้อน ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็ถูกสภาพอากาศอันอบอุ่นโจมตีด้วย น้ำที่ละลายจากภูเขาน้ำแข็งปรากฏขึ้นเป็นร่องลึกหลายเมตร ดูคล้ายเส้นสีฟ้าสดใสที่ผิวหน้า แต่น้ำขังเหล่านี้ยังคงอยู่กับที่ไม่ไหลไปไหน เพราะขอบกำแพงน้ำแข็งที่เหมือนกับเชิงเทินของป้อมปราการ ช่วยกั้นขวางมันเอาไว้
“มองดูก็สวยงามดี แต่เป็นสัญญาณเตือนที่น่าตระหนกว่า มีการละลายเกิดขึ้นทั้งที่ด้านบนและด้านล่างของภูเขาน้ำแข็งแล้ว” ศ.เมเรดิธกล่าว “เมื่อมาถึงจุดนี้เราจึงตระหนักได้ว่า โครงสร้างของภูเขาน้ำแข็งเปื่อยยุ่ยถึงขั้นพร้อมสลายตัว มันคงจะอยู่ในสภาพเดิมต่อไปได้อีกไม่นาน”
“เมื่อมีน้ำซึ่งเป็นของเหลวที่หนักกว่าน้ำแข็งมาก ถูกกักให้ขังอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งที่สูงลิ่วนั้น น้ำย่อมต้องการจะไหลลงมาเป็นธรรมดา” ดร.วอล์กเกอร์กล่าว “หากคุณปล่อยให้น้ำนั้นซึมซาบลงมาตามรอยแยกในน้ำแข็งได้ มันจะทำให้รอยแยกนั้นถ่างกว้างขึ้น จนกระทั่งเนื้อน้ำแข็งร้าว หรือแตกแยกออกเป็นก้อนใหญ่”
การเกิดรอยแยกในน้ำแข็งเนื่องจากน้ำที่เป็นของเหลว ซึ่งเรียกว่า hydrofracture คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ A23a ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 และช่วงต้นเดือน ม.ค. 2026
หลักฐานที่ยืนยันถึงปรากฏการณ์นี้ คือผงละเอียดที่เป็นส่วนผสมของน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ และหิมะ ที่เรียกว่า “มีลอนจ์” (mélange) ซึ่งกองกันอยู่ใกล้ส่วนฐานของภูเขาน้ำแข็งก้อนหลัก ดร.ชูแมนบอกว่า มันคือสิ่งที่ถูกขับและผลักดันให้ออกมาจากภายในภูเขาน้ำแข็ง เพราะการระบายน้ำที่ไหลซึมซาบลงมาจากยอดของมัน
การละลายตัวและแตกออกของภูเขาน้ำแข็งยักษ์อย่าง A23a ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่อาจไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเสมอไป แต่ขณะนี้บางส่วนของทวีปแอนตาร์กติกา ก็กำลังมีภูเขาน้ำแข็งแยกตัวออกไปเพิ่มขึ้น ในอัตราที่เร็วกว่าการสะสมตัวของหิ้งน้ำแข็งจะมาทดแทนได้ทัน
นักวิทยาศาสตร์กำลังจับตาสังเกตการณ์ A23a ซึ่งกำลังสลายตัวอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาเบาะแสที่จะช่วยบอกว่า ทวีปแอนตาร์กติกาจะตอบสนองอย่างไรต่ออุณหภูมิที่กำลังสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหิ้งน้ำแข็งที่มีรูปร่างเหมือนลิ้น ซึ่งยื่นเหยียดออกไปจากธารน้ำแข็งลงสู่มหาสมุทร
หิ้งน้ำแข็งนั้นมีบทบาทสำคัญ ต่อเสถียรภาพของผืนน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติกส่วนใหญ่ แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า หิ้งน้ำแข็งอาจพังทลายลงในภาวะที่ภูมิอากาศอบอุ่นขึ้นได้รวดเร็วขนาดไหน และจะส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างไร
แม้จะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ ดร.วอล์กเกอร์บอกว่า ภูเขาน้ำแข็งก็สามารถเป็น “ห้องทดลองเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ” สำหรับใช้ค้นหาคำตอบ เรื่องกระบวนการละลายตัวของน้ำแข็งในซีกโลกใต้ได้
“เราเรียนรู้ได้มากมายจากภูเขาน้ำแข็งยักษ์เหล่านี้ เช่นดูว่ามันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในสภาวะที่อุณหภูมิสูงขึ้น ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้มาทำแผนที่และแบบจำลอง เพื่อใช้ทำนายว่าหิ้งน้ำแข็งจะเป็นเช่นไรในสภาพการณ์ต่าง ๆ”
ในช่วง 11 วัน ก่อนจะถึงวันที่ 22 ก.พ. 2026 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ที่ตอนนี้เล็กลงและเบาลงกว่าเดิม ได้เดินทางไกลกว่า 700 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ด้วยความเร็วเฉลี่ย 2.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การเดินทางเที่ยวนี้ทำให้ A23a สัมผัสกับน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ในระดับเฉียดใกล้ 10 องศาเซลเซียสที่ผิวน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง
“ในแต่ละวัน มันจมแช่และถลำลึกเข้าไปในน่านน้ำที่อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็งในแก้วเครื่องดื่มของเรา มันใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนจะสลายหายไปหมด” ดร.ชูแมนกล่าว
ตลอดช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา A23a ถูกกระแสน้ำในมหาสมุทร พัดพาให้หมุนวนตามเข็มนาฬิกาจนเกือบจะครบรอบ ซึ่งนี่อาจเป็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวสุดท้ายของมันก็เป็นได้
ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ภูเขาน้ำแข็งเกิดรอยร้าวแบบ hydrofracture เพิ่มขึ้น ซึ่งศ.เอเดรียน ลักค์แมน จากมหาวิทยาลัยสวอนซีของสหราชอาณาจักร บอกว่า “มันคือหลักฐานยืนยันถึงการสลายตัวอย่างฉับพลัน ที่ไม่อาจปฏิเสธได้”
แม้ในอดีตจะมีภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ที่สามารถเดินทางต่อไปได้ไกลกว่าจุดที่ A23a อยู่ แต่มันก็เป็นภูเขาน้ำแข็งจากมหาสมุทรแอนตาร์กติก ที่ถูกนักวิทยาศาสตร์ติดตามสังเกตการณ์ขณะเดินทางขึ้นเหนือเป็นระยะทางไกลที่สุด โดยในตอนนี้มันอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ยิ่งกว่ากรุงลอนดอนเสียอีก
การจมแช่อยู่ในน้ำทะเลอุ่นเป็นเวลานาน หมายความว่าภูเขาน้ำแข็ง A23a จะต้องแตกตัวและละลายหายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด แม้ขณะนี้ใกล้จะถึงช่วงฤดูหนาวของซีกโลกใต้แล้วก็ตาม
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ภูเขาน้ำแข็ง A23a น่าจะได้หดตัวลงจนเหลือพื้นที่เพียง 180 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตามนี่เป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไปได้เล็กน้อย ในแต่ละทีมวิจัย
เมื่อใดก็ตามที่มันละลายตัว จนมีขนาดเหลือเพียง 70 ตารางกิโลเมตร ดร.ลักค์แมนบอกว่า นักวิทยาศาสตร์จะยุติการเฝ้าติดตามสังเกตการณ์ ซึ่งอาจจะเป็นในอีกไม่ช้าไม่นานแล้ว
“ร่องรอยของการมีอยู่ทั้งหมดของมันจะสูญสลายหายไป อย่างมากภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้”
ภาพประกอบจาก:
Capture North Studios / โครงการ MODIS ขององค์การนาซา / ศูนย์อวกาศจอห์นสันขององค์การนาซา / สถานีอวกาศนานาชาติ / กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร / กระทรวงกลาโหม / โรแซนน์ สมิธ / องค์การสำรวจมหาสมุทรแอนตาร์กติกแห่งอังกฤษ
ข้อมูลจาก:
ฐานข้อมูลติดตามภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติก / มหาวิทยาลัยบริกแฮมยัง / ศูนย์น้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐฯ / โครงการ MODIS ขององค์การนาซา / ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป (ECMWF) / ฐานข้อมูล ERA5 / ฐานข้อมูล Natural Earth / การวิเคราะห์ของบีบีซี