"มีนับล้านสิ่งที่อาจผิดพลาดได้" เหตุใดทางเลือกการเข้ายึดยูเรเนียมของอิหร่าน จึงมีความเสี่ยงสูงมากสำหรับสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เป็นที่เชื่อกันว่ายูเรเนียมส่วนใหญ่ของอิหร่านที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นสารตั้งต้นเพื่อผลิตอาวุธนั้นถูกเก็บไว้ที่เมืองอิสฟาฮาน ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว
    • Author, ดาเนียล บุช
    • Role, ผู้สื่อข่าว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
    • Author, เบิร์นด์ เดอบุสมันน์ จูเนียร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

แนวคิดที่ว่ากองทัพสหรัฐฯ จะบุกโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ลับใต้ดินของอิหร่านเพื่อยึดคลังยูเรเนียมอาจฟังดูเกินจริง แต่ก็มีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักในสงคราม นั่นคือการป้องกันไม่ให้ระบอบการปกครองของอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีกล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะมีความท้าทายขั้นสุดและเต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาบอกว่าเพื่อเดินหน้าปฏิบัติการดังกล่าว จำเป็นต้องมีการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไป และอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าภารกิจจะลุล่วง

มิก มัลรอย อดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายตะวันออกกลาง กล่าวว่า การกำจัดคลังยูเรเนียมของอิหร่านจะเป็นหนึ่งใน "ปฏิบัติการพิเศษที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์"

ฉากทัศน์นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายปฏิบัติการทางทหารที่ทรัมป์อาจดำเนินการในอิหร่าน

ส่วนปฏิบัติการทางเลือกอื่น ๆ ก็เช่น การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมเกาะคาร์กเพื่อกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจใช้การข่มขู่ด้วยปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่เพื่อกดดันให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วย

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับซีบีเอสนิวส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธจะพูดว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกาศชัยชนะในสงครามโดยไม่ต้องกำจัดหรือทำลายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะลดความสำคัญของคลังยูเรเนียมดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเดือน มิ.ย. 2025 "มันถูกฝังไว้ลึกมาก มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับใครก็ตาม" ทรัมป์กล่าว และว่า "มันอยู่ลึกมาก ดังนั้น… มันค่อนข้างปลอดภัย แต่คุณรู้ไหม เราจะหาข้อสรุปในที่สุด"

คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาปฏิบัติการเพื่อยึดแร่ดังกล่าว ด้านทำเนียบขาวระบุว่าทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

คำบรรยายภาพ, ในแผนที่นี้ จุดต่าง ๆ แสดงถึงประเภทของสถานที่ที่เกี่ยวกับนิวเคลียร์ในอิหร่าน อาทิ สถานนีวิจัย เหมืองแร่ยูเรเนียม โรงงานแปรสภาพ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงงานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปฏิบัติการที่มุ่งเป้าไปที่คลังยูเรเนียมของอิหร่านจะเผชิญกับความท้าทายด้านการขนส่งที่สำคัญหลายประการ

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นสงคราม อิหร่านครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% ประมาณ 440 กิโลกรัม วัตถุดิบนี้สามารถถูกเสริมสมรรถนะได้อย่างรวดเร็วจนถึงระดับ 90% ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นสำหรับยูเรเนียมที่จะใช้ในการผลิตอาวุธ

นอกจากนี้ อิหร่านยังมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 20% ประมาณ 1,000 กิโลกรัม และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 3.6% อีก 8,500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้สำหรับการวิจัยทางการแพทย์

เชื่อกันว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงส่วนใหญ่ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับระเบิดหรือขีปนาวุธได้อย่างง่ายดายนั้นถูกเก็บไว้ที่เมืองอิสฟาฮาน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินในอิหร่านที่ถูกโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว

ทว่ายังไม่ชัดเจนว่ามียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงปริมาณเท่าใดที่ถูกเก็บไว้ในสถานที่อื่น ๆ

เจสัน แคมป์เบล อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลโอบามาและทรัมป์ กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะดังกล่าวมาจะง่ายขึ้นหากสหรัฐฯ รู้แน่ชัดว่าคลังเก็บยูเรเนียมอยู่ที่ไหน

"ฉากทัศน์ในอุดมคติคือคุณรู้อย่างชัดเจนว่ามันอยู่ที่ไหน" แคมป์เบลล์กล่าว และว่า "[แต่]ถ้ามันกระจายไปอยู่ในสถานที่ 4 แห่งที่แตกต่างกัน นั่นหมายถึงระดับความซับซ้อนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงทางเข้าอุโมงค์ที่ฐานยิงขีปนาวุธในเมืองอิสฟาฮาน หลังจากการโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุด

นอกจากที่เมืองอิสฟาฮานแล้ว ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนยังอาจถูกเก็บไว้ที่ฟอร์โดว์และนาตันซ์ ซึ่งเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอีก 2 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมายในปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์เมื่อปีที่แล้ว

ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency – IAEA) กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงส่วนใหญ่ของอิหร่านถูกเก็บไว้ที่อิสฟาฮาน โดยมียูเรเนียมเพิ่มเติมบางส่วนอยู่ที่นาตันซ์ แต่กรอสซีก็บอกด้วยว่า ข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้นั้นไม่มี เนื่องจากผู้ตรวจสอบไม่ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เหล่านั้นอีกเลยนับตั้งแต่ถูกขับออกจากอิหร่านหลังเกิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอลในปี 2025

"มีคำถามมากมายที่เราจะชี้แจงได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถกลับไปได้" กรอสซีกล่าวกับผู้สื่อข่าว

การเข้าถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านนั้นยังมีความท้าทายอีกชุดหนึ่ง ภายใต้สมมติฐานว่าสหรัฐฯ รู้ว่ายูเรเนียมดังกล่าวอยู่ที่ไหน

มีสัญญาณบ่งชี้ว่าอิหร่านได้เสริมกำลังป้องกันในอุโมงค์ใต้ดินใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่งก่อนการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล เช่น ที่อิสฟาฮาน ภาพถ่ายดาวเทียมจากเดือน ก.พ. แสดงให้เห็นว่ามีดินถมปิดปากทางเข้าของอุโมงค์ทั้งหมด นี่จะทำให้ปฏิบัติการใด ๆ ทำได้ยากขึ้น

นับตั้งแต่เริ่มสงคราม สหรัฐฯ และอิสราเอลสามารถใช้การโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวเพื่อทำลายกองทัพเรือของอิหร่าน ลดประสิทธิภาพของขีปนาวุธ และสร้างความเสียหายให้กับศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเข้ายึดแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านไม่สามารถทำได้หากไม่ใช้กำลังภาคพื้นดิน ซึ่งนี่แตกต่างจากเป้าหมายทางทหารอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังภาคพื้นดิน

สหรัฐฯ อาจใช้กำลังพลจากกองพลร่มที่ 82 (82nd Airborne Division) ซึ่งถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางแล้ว เพื่อเข้ายึดพื้นที่โดยรอบอิสฟาฮานและนาตันซ์ จากนั้นกำลังปฏิบัติการพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนให้จัดการกับวัตถุนิวเคลียร์จะถูกส่งเข้าไปเพื่อนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกมา เป็นที่เชื่อกันว่ายูเรเนียมเหล่านั้นอยู่ในรูปก๊าซและถูกเก็บไว้ในถังโลหะขนาดใหญ่

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าทางเข้าฐานนิวเคลียร์ที่อิสฟาฮานและนาตันซ์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กองกำลังสหรัฐฯ อาจต้องใช้เครื่องจักรหนักในการขุดซากปรักหักพังเพื่อค้นหายูเรเนียมเสริมสมรรถนะเหล่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ฝังอยู่ใต้ดินลึก ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับการโจมตีตอบโต้จากอิหร่านด้วย

"คุณต้องขุดค้นพื้นที่และตรวจหา [ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ] ก่อน ในระหว่างที่ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามเกือบตลอดเวลา" แคมป์เบลกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายดาวเทียมของโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์นาตันซ์ ก่อนถูกโจมตีเมื่อปี 2025

อีกคำถามคือ แล้วอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร รวมถึงอิหร่านจะสร้างภัยคุกคามต่อกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์หลักของประเทศได้มากน้อยเพียงใด

อเล็กซ์ พลิตซาส อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และนักวิจัยอาวุโสประจำสถาบัน Scowcroft Middle East Security Initiative กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ลดทอน "ขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน เพื่อให้สามารถปฏิบัติการประเภทนี้ได้หากจำเป็น" อย่างไรก็ตาม เขามองว่าปฏิบัติการนี้ยังคงเป็นปฏิบัติการที่มี "ความเสี่ยงสูง"

กองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ จะต้องปฏิบัติการโดยลำพังที่อิสฟาฮาน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิหร่านไปทางบกประมาณ 482 กิโลเมตร "ระยะทางอันห่างไกลทำให้การอพยพทหารที่บาดเจ็บทำได้ยาก นอกจากนี้ยังทำให้ทหารสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการถูกยิงจากปืนต่อต้านอากาศยานทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงการถูกโจมตีขณะที่พวกเขาอยู่ที่โรงงานนิวเคลียร์" พลิตซาส กล่าว

ถึงแม้ปฏิบัติการอาจเกิดได้ในหลายรูปแบบ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามันน่าจะต้องมีการยึดสนามบินหรือพื้นที่ลงจอดเครื่องบินที่กองกำลังสหรัฐฯ สามารถใช้ปฏิบัติการได้ จากนั้นจึงนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากอิหร่านเมื่อได้มาแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารกล่าวว่า กองพลร่มที่ 82 ซึ่งได้รับการฝึกฝนให้เข้ายึดสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ สามารถปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังอื่น ๆ ของสหรัฐฯ เพื่อจัดตั้งฐานปฏิบัติการสำหรับภารกิจนี้ได้ และเมื่อยูเรเนียมเหล่านั้นถูกยึดได้แล้ว สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับคำถามว่าจะนำมันออกจากประเทศอิหร่านหรือจะทำให้มันมีความบริสุทธิ์ลดลงในสถานที่นั้น ๆ เลย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวในช่วงเริ่มต้นของสงครามว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาเจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านในสถานที่นั้น ๆ เลย แทนที่จะนำมันออกจากประเทศ แต่โจนาธาน รูห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่าน จากโครงการนิวเคลียร์ของสถาบันยิวเพื่อความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา (Jewish Institute for National Security of America) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเชิงอนุรักษนิยมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า นั่นจะเป็นปฏิบัติการขนาดใหญ่ ซับซ้อน และใช้เวลานาน

รูห์ชี้ว่า การยึดและนำยูเรเนียมออกจากอิหร่านนั้นเร็วกว่า และจะทำให้สหรัฐฯ สามารถเจือจางยูเรเนียมดังกล่าวในสหรัฐฯ ได้ และเสริมด้วยว่า ปฏิบัติการนี้มีความเสี่ยงสูงมากไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม

"โดยพื้นฐานแล้ว คุณมียูเรเนียมเกรดอาวุธอยู่ครึ่งตันที่คุณต้องนำออกมา และมีนับล้านสิ่งที่อาจผิดพลาดได้" " รูห์กล่าว